ทีมสืบสวนฯกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จมูกไวตามแกะรอย ดมกลิ่นขบวนการเว็บไซต์พนันออนไลน์รายใหญ่ บุกจับกุมกลุ่มชาวอินเดียใช้วีซ่าท่องเที่ยวเข้าไทย แอบเช่าบ้านหลังหรูติดอ่างเก็บน้ำวิวหลักล้าน เปิดเว็บพนันกลางเมืองพัทยา ทีมสืบฯท่องเที่ยว ประสานตำรวจท้องที่ และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บุกรังพนันล็อกตัว 43 หนุ่มเมืองโรตีคาจอคอมพิวเตอร์ ขณะกำลังทำหน้าที่ “แอดมิน”หลอกล่อต้อนลูกค้าแมงเม่าเข้ากองไฟนรกออนไลน์ หลังถูกรวบแล้ว ยอมคายความลับแฉสิ้นไส้ มีเงินทุนก้อนมหึมา หมุนเวียนต่อปีสูงถึง 5 พันล้านรูปี หรือ 1.6 พันล้านบาท
ปฎิบัติการครั้งภายใต้นโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วย มุ่งเน้นจับกุมการกระทำความผิดของคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และคนต่างด้าวถูกหลอกลวง หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ รวมทั้งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ครอบครัว และสังคม รวมถึงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ
ด้วยนโยบายดังกล่าว กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ,พ.ต.อ.แมน รถทอง ผู้กำกับการสืบสวน บช.ทท. จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ รักษา รอง ผกก. สืบสวน บช.ทท.และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บช.ทท. ออกสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับกลุ่มชาวต่างชาติ เข้ามากระทำความผิดเกี่ยวกับพนันออนไลน์ในพื้นที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สืบเนื่องจากได้รับเบาะแสมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มคน ที่มีพฤติการณ์ผิดปกติชวนสงสัย
แผนปฏิบัติการ “ลับสุดยอด” เริ่มต้นหลังจากได้รับแจ้งจากสายลับว่า พบบ้านหลังหนึ่งในย่านอ่างเก็บน้ำมาบประชัน ท้องที่ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง มีลักษณะที่ไม่ปกติ ชีวิตความเป็นอยู่ ผิดแผกแตกต่างไปจากบ้านพักอาศัยของบุคคลทั่วไป ที่เห็นได้ชัดเจนจากการเฝ้าสังเกตการณ์ คือพบชาวต่างชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก แต่บ้านกลับปิดล็อคอยู่ตลอดเวลา เหมือนไม่มีผู้คนอยู่อาศัยภายในบ้าน
อีกทั้ง ยังสังเกตพบว่า หากจะออกจากบ้านทุกครั้ง จะมีการระแวดระวังเป็นพิเศษ และไขประตูบ้านจากด้านในออกมา และยังพบมีการสั่งอาหารสด เครื่องดื่ม และข้าวของเครื่องใช้จำนวนมาก เข้ามาภายในบ้านครั้งละมากมาย พบรถตู้เข้ามารับชาวต่างชาติ ออกไปด้านนอกเป็นประจำ
ภายหลังจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.แมน รถทอง ผู้กำกับการสืบสวน บช.ทท. และ พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ รักษา รอง ผกก. สืบสวน บช.ทท. นำทีมลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์ เก็บพยานหลักฐานถ่ายภาพ การเข้าออกของชาวต่างชาติ สะกดรอยติดตามรถต้องสงสัย ที่นำชาวต่างชาติ ไปส่งยังสถานที่ต่างๆในเมืองพัทยา สอบถามข้อมูลบุคคลพยานรอบข้าง เก็บภาพรอบอาณาบริเวณสถานที่ ทั้งภาคพื้นดินและภาพมุมสูง เพื่อสำรวจเส้นทางหลบหนี
รวมไปถึงแฝงตัวปะปนไปกับประชาชน ที่มาออกกำลังกาย บริเวณรอบขอบอ่างมาบประชัน ใช้เวลานานกว่าหนึ่งเดือน จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้ครบถ้วน จึงไปขอหมายค้น ต่อศาลจังหวัดพัทยา เพื่อดำเนินการเข้าค้นบ้านหลังดังกล่าว
กระทั่งเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่ผ่าน ตำรวจสืบสวน กก.2 บก.ทท.1 พร้อมด้วย ตำรวจท่องเที่ยว ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1( ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา) ประสานไปยัง สภ.หนองปรือ และ ตม.จว.ชลบุรี
นำหมายค้นของศาลจังหวัดพัทยาเข้าตรวจสอบบ้านพักขนาดใหญ่ซึ่งมีหลายอาคาร บริเวณพื้นที่ไกล้เคียงอ่างเก็บน้ำมาบประชัน เมื่อเข้าการตรวจสอบพบ Mr. Ashwin สัญชาติอินเดีย มาแสดงตัวเป็นผู้ดูแลบ้านดังกล่าว จึงได้ดำเนินการตรวจค้น พบชายชาวอินเดีย มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ถึง 40 ปี จำนวน 43 คน กำลังทำงานเป็นแอดมิน ตอบลูกค้าชาวต่างชาติที่ติดต่อเข้ามา ใช้บริการเว็ปพนันทางออนไลน์ อยู่ในบ้านดังกล่าว จึงควบคุมตัวไว้ทันที
จากการซักถามในเบื้องต้น ทั้งหมดบอกตรงกันว่า พวกเขาลักลอบเข้ามาทำงานเป็น “แอดมิน” ทำหน้าที่บริการลูกค้า ให้กับเครือข่ายเว็บไซต์พนันจากต่างประเทศจำนวนหลายเว็บไซต์ เช่น เว็บไซต์ชื่อ clickbetexch1,unicon360,puple399 และ เว็บไซต์ในเครือข่ายอีก 23 เว็ปไซด์
นอกจากนี้ กลุ่มแอดมินอินเดีย ยังเปิดเผยข้อมูลต่ออีกว่า ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวอินเดีย มีเงินหมุนเวียนในระบบคิดแล้วตกวันละ 6 แสนรูปี หรือราว 200,000 บาทต่อวัน ต่อ 1 เว็บไซด์ เมื่อรวมทุกเว็บไซต์ เป็นจำนวน 5 พันล้านรูปี หรือราว 1.6 พันล้านบาทต่อปี โดยได้เช่าบ้านในราคา 120,000 บาทต่อเดือน ส่วนชาวอินเดียทั้งหมด 43 คน ทำหน้าที่ติดต่อประสานงาน และให้บริการลูกค้าจากต่างประเทศ ผ่านระบบคอมพิวเตอร์
แอดมินอินเดียคนหนึ่ง เผยอีกว่า ทำงานในสถานที่แห่งนี้มานานประมาณ 1 ปีเศษ ทราบว่ามีการหมุนเวียนพนักงานครั้งละไม่เกิน 50 คน ภายใต้การดูแลของ “นาย AK” ไม่ทราบชื่อจริงและเป็นคนสัญชาติใด ซึ่งนาย AK จะเป็นผู้สนับสนุน เกี่ยวกับโลจิสติกส์ เดินทางมาส่งเสบียงอาหาร เป็นประจำทุกเดือน ทุกครั้งที่มาจะใช้รถยนต์หลายคันไม่ซ้ำสี มีทั้งสีส้ม, ขาว หรือดำ สลับกันไปมา ส่วนเงินเดือนค่าจ้างจะได้รับเป็นเงินสด เฉลี่ยรายละ 30,000 – 35,000 รูปี มากน้อยขึ้นอยู่กับความสามารถและประสบการณ์
มีรายงานว่า ในการเข้าตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ ตรวจยึดเครื่องมือคอมพิวเตอร์ รวมทั้งอุปกรณ์สิ่งของที่ใช้กระทำความผิด ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ จำนวน 50 เครื่อง ,จอมอนิเตอร์ จำนวน 33 เครื่อง ,เครื่องคอมพิวเตอร์ PC จำนวน 33 เครื่อง,คีย์บอร์ด จำนวน 33 อัน ,โมเดมพอร์ท จำนวน 5 ตัว ,เมาส์ จำนวน 33 อัน,เราเตอร์อินเตอร์เน็ตจำนวน 4 ตัว,โน๊ตบุ๊คยี่ห้อ ASUS รุ่น VivoBook สีดำ 1 เครื่อง และซิมการ์ดโทรศัพท์ 27 ชิ้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาชาวอินเดียทั้ง 43คน ควบคุมตัวพร้อมด้วยของกลาง และพยานหลักฐานอื่นๆนำส่ง
พนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ กองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จะดำเนินการสืบสวนเพื่อขยายผลหาผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องต่อไป หากพบบุคคล หรือกลุ่มใด เข้าข่ายการกระทำความผิด หรือมีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดทุกราย