สกลนคร/ กรมพัฒนาธุรกิจฯ ดันไม้ยืนต้นเป็นเครื่องมือทางการเงินยุคใหม่หนุนเกษตรกร...นำ “ทรัพย์ในสวน สร้างเงินในมือ”
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดกิจกรรมส่งเสริมไม้ยืนต้นหลักประกันทางธุรกิจ ณ จังหวัดสกลนคร เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ลดข้อจำกัด และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยนำไม้ยืนต้นมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันมาขอสินเชื่อ
เผยว่า
วันนี้ (20 มีนาคม 2569) ที่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านตาดโตน ต.หนองสนม อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร นายจิตรกร ว่องเขตกร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้รับการมอบหมายจาก นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้เป็นประธานการเปิดกิจกรรมโครงการดันไม้ยืนต้นเป็นเครื่องมือทางการเงินยุคใหม่หนุนเกษตรกร เนื่องจากเป็นชุมชนต้นแบบที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรและวิถีพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีการส่งเสริมการเกษตรทฤษฎีใหม่ พัฒนาชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และมีการบริหารจัดการในรูปแบบกลุ่ม เพื่อสร้างความยั่งยืน และที่สำคัญอำเภอวานรนิวาสยังเป็นอำเภอนำร่องของจังหวัดสกลนคร ที่ได้มีการนำไม้ยืนต้นมาจดทะเบียนสัญญาหลักประกันแล้ว จำนวน 3 สัญญา จำนวนต้นไม้ 144 ต้น วงเงินค้ำประกันจำนวน 1.7 ล้านบาท (1,716,579 บาท)

สำหรับการจัดงานในวันนี้ เป็นการทำงานบนความร่วมมือกันระหว่าง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสกลนคร เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการและประชาชนในทุกระดับ โดยให้นำไม้ยืนต้นบนที่ดินของตนเองมาใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม และสร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจฐานราก ยังช่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกอบการ เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน หน่วยงานต่างๆ และประชาชน ให้ได้รับความรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจ การใช้ประโยชน์จากที่ดินของตนเอง นอกจากองค์ความรู้ที่จำเป็นเกี่ยวกับกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจแล้ว ยังมีไฮไลท์สำคัญ คือ การสาธิตวิธีการวัดไม้ยืนต้นที่ต้องการนำมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจ เพื่อประเมินมูลค่าการให้สินเชื่อในเบื้องต้นของสถาบันการเงิน โดยต้นไม้ที่เกษตรกรนำมาใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจกับสถาบันการเงิน เช่น ธ.ก.ส. (โครงการธนาคารต้นไม้) ได้แก่ มะขาม มะกอกป่า สะเดา ต้นเต็ง รัง ประดู่บ้าน ประดู่ป่า เป็นต้น รวมทั้ง การประเมินการกักเก็บคาร์บอนเครดิตของต้นไม้ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับรู้ถึงคุณสมบัติที่โดดเด่นของต้นไม้อีกด้วย

นายจิตรกร ว่องเขตกร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังคงเดินหน้าสร้างการรับรู้เชิงรุก ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้ไม้ยืนต้นเป็นอีกหนึ่ง “ทรัพย์สินสร้างทุน” ช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ลดข้อจำกัดด้านหลักประกัน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน” รองอธิบดีจิตรกรฯ กล่าวสรุป
ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2569) มีผู้นำไม้ยืนต้นมาจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจแล้วกว่า 30 จังหวัด จำนวน 303,290 ต้น วงเงินค้ำประกันรวมกว่า 191 ล้านบาท ครอบคลุม 5 ภูมิภาค (ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคใต้) โดยต้นไม้ที่นำมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจ ประกอบด้วย ต้นสัก ยาง พะยอม ประดู่ป่า ประดู่บ้าน พะยูง พฤกษ์ มะขาม ไม้สกุลทุเรียน กฤษณา เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของเครื่องมือทางการเงินรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์เกษตรกรและผู้ประกอบการฐานรากทั่วประเทศ
ทั้งนี้ จ.สกลนคร มีพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 3.12 ล้านไร่ พืชเศรษฐกิจหลักที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา และปาล์มน้ำมัน เป็นต้น (* ข้อมูลของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568) สามารถสอบถามรายละเอียดการจัดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ กองทะเบียนบริษัทมหาชนและหลักประกันทางธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โทร.0 2547 4944 e-mail : http://stro@dbd.go.th หรือ http://www.dbd.go.th
#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์
วัฒนะ แก้วก่า/สกลนคร รายงาน