เมื่อวันที่ 9 มี.ค.69 ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดเวทีสัมมนาวิชาการใหญ่ หัวข้อ “มาตรฐานและการรับรอง” ลมใต้ปีกนวัตกรรมไทยสู่เชิงพาณิชย์ มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับนวัตกรรมไทยให้ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและสากล และเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ เรื่อง “ความร่วมมือด้านการพัฒนามาตรฐาน เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมไทยสู่เชิงพาณิชย์” ระหว่างกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) โดยมี คณะผู้บริหารจากหน่วยงานสำคัญระดับประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาการอธิบดี วศ., เภสัชกร มรกต จรูญวรรธนะ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านความปลอดภัยและประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข อย., เภสัชกร ดร.สุชาติ จองประเสริฐ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข อย. นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการ สมอ. ศ.ดร.วิษณุ มีอยู่ รองผู้อำนวยการ สกสว. ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ สนช. ตลอดจนนักวิจัย นวัตกร และผู้ประกอบการ เข้าร่วม ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพฯ
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวว่า การจัดสัมมนาในครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านมาตรฐานและการรับรอง ซึ่งเปรียบเสมือนกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนผลงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการพัฒนานวัตกรรมให้ประสบความสำเร็จ ไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างภาครัฐ สถาบันอุดมศึกษา และภาคเอกชน ตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัย การพัฒนา ไปจนถึงการกำหนดมาตรฐาน ซึ่งมาตรฐานนวัตกรรมถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือ ลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ
รองปลัดกระทรวง อว. กล่าวต่อว่า กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงระหว่างนักวิจัย นวัตกร และผู้ประกอบการ โดยมองว่าการกำหนดและพัฒนามาตรฐานที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการวิจัย (Early Stage) ถือเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่จะผลักดันให้นวัตกรรมไทยก้าวสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
“การสัมมนาวิชาการในครั้งนี้ มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ตระหนักถึงความสำคัญของระบบมาตรฐานและการรับรองผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาผลงานนวัตกรรมให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยต่อไปในอนาคต” ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าว
ด้าน ดร.พจมาน กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยจากการเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบขั้นต้นไปสู่การส่งออกผลิตภัณฑ์นวัตกรรมมูลค่าสูง และนวัตกรรมจะเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ได้จำเป็นต้องมีมาตรฐานและการรับรองคุณภาพมารองรับ เพื่อเชื่อมโยง "งานวิจัยต้นน้ำ" สู่ "การใช้งานปลายน้ำ" โดยกิจกรรมสำคัญในงานประกอบด้วย การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) บูรณาการความร่วมมือระหว่าง 5 หน่วยงานหลัก (อย., สมอ., สกสว., สนช. และ วศ.) ตลอดจนการปาฐกถาพิเศษและการสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับบทบาทขององค์กรในการผลักดันนวัตกรรม บัญชีนวัตกรรมไทย และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคและยกระดับเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม