สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ร่วมกับสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน จัดกิจกรรมบรรยายพิเศษภายใต้โครงการ “ผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน รุ่นที่ 3” (Young Executive Program 3) ประจำปีการศึกษา 2569 ณ ห้องพาโนรามา 2 โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ เมื่อวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย หอการค้าไทย-จีน และ China Media Group
กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก อาจารย์ณรงค์ยศ มหิทธิวาณิชชา Managing Partner & Head of Growth - TWF Agency และ รองนายกสมาคมสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “Human-Driven Branding Powered by AI and the Future of Work” ซึ่งกล่าวถึงแนวโน้มการสร้างแบรนด์และการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในภาคธุรกิจ โดยมีผู้บริหารจากหลากหลายอุตสาหกรรมและสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังการบรรยายกว่า 40 คน
เนื้อหาการบรรยายมุ่งอธิบายแนวคิดการสร้างแบรนด์ในยุคใหม่ที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมาก โดยแบ่งประเด็นหลักออกเป็นสองส่วนสำคัญ ได้แก่ แนวคิด Human-Driven Branding และการเปลี่ยนแปลงของ AI ต่อโลกการทำงานในอนาคต (Future of Work)
ในส่วนของแนวคิด Human-Driven Branding วิทยากรอธิบายว่า แม้เทคโนโลยี AI จะมีศักยภาพสูงและสามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว แต่หัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์ยังคงอยู่ที่ “มนุษย์” ซึ่งเป็นผู้กำหนดแนวคิด กลยุทธ์ และทิศทางของแบรนด์ โดยสิ่งที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จคือความคิดสร้างสรรค์ ความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงความสามารถในการสร้างคุณค่าทางอารมณ์และประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า
อาจารย์ณรงค์ยศ มหิทธิวาณิชชา อธิบายเพิ่มเติมว่า เดิมทีหัวข้อการบรรยายถูกกำหนดไว้ในแนวคิด AI-Driven Branding แต่เมื่อพิจารณาอย่างลึกซึ้งพบว่า AI เป็นเพียง “เครื่องมือ” ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ขณะที่มนุษย์ยังคงเป็นผู้คิด วิเคราะห์ และกำหนดกลยุทธ์ของแบรนด์ จึงปรับแนวคิดมาเป็น Human-Driven Branding Powered by AI เพื่อสะท้อนความจริงของการทำงานในยุคปัจจุบัน
ในมิติของการสร้างแบรนด์ มนุษย์ยังคงมีบทบาทสำคัญในหลายด้าน โดยเฉพาะการคิดเชิงกลยุทธ์ที่ใช้กำหนดทิศทางและตัวตนของแบรนด์ ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างไอเดียใหม่ ๆ ที่โดดเด่นแตกต่าง รวมถึงความสามารถในการเข้าใจอารมณ์ ความต้องการ และแรงจูงใจของผู้บริโภค ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างลึกซึ้งเท่ามนุษย์ด้วยกัน
ขณะเดียวกัน AI มีบทบาทสำคัญในฐานะเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยสามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภคจำนวนมาก คาดการณ์แนวโน้มตลาด สนับสนุนการสร้างเนื้อหา วางแผนการตลาด รวมถึงช่วยพัฒนาไอเดียด้านการสื่อสารแบรนด์ ทำให้กระบวนการทำงานมีความรวดเร็วและมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังคงต้องมาจากมนุษย์
ในส่วนของแนวโน้มโลกการทำงานในอนาคต วิทยากรชี้ว่า AI กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของหลายอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นงานวิเคราะห์ข้อมูล งานเขียนเนื้อหา งานออกแบบบางประเภท รวมถึงงานด้านการตลาด ทำให้กระบวนการทำงานมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้คนทำงานยุคใหม่จำเป็นต้องปรับตัวและพัฒนาทักษะใหม่อย่างต่อเนื่อง
ทักษะสำคัญของคนทำงานในยุค AI ได้แก่ การคิดเชิงวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการแก้ปัญหา การใช้ AI เป็นเครื่องมือในการทำงาน และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งผู้ที่สามารถผสานความสามารถของตนเองเข้ากับเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมจะมีความได้เปรียบในการแข่งขันในโลกการทำงานยุคใหม่
สำหรับองค์กร การปรับตัวในยุค AI จำเป็นต้องให้ความสำคัญทั้งด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยควรนำ AI มาใช้ในกระบวนการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดเวลาของงานที่ทำซ้ำ และช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์ข้อมูล ควบคู่กับการส่งเสริมให้บุคลากรเรียนรู้การใช้ AI และพัฒนาทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์และการคิดเชิงกลยุทธ์
วิทยากรยังเน้นย้ำว่า เทคโนโลยีควรถูกใช้ในฐานะ “ตัวช่วย” ของมนุษย์ ไม่ใช่ “ตัวแทน” ของมนุษย์ เพราะคุณค่าที่แท้จริงของแบรนด์ยังคงเกิดจากความเข้าใจผู้คน การสร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย และความคิดสร้างสรรค์ที่มาจากมนุษย์
ทั้งนี้ ใจความสำคัญของการบรรยายครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ AI จะเป็นเทคโนโลยีที่มีพลังและมีบทบาทมากขึ้นในโลกธุรกิจ แต่ความสำเร็จของแบรนด์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หากขึ้นอยู่กับการที่มนุษย์สามารถใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นเพื่อสร้างคุณค่า ความคิดสร้างสรรค์ และประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้คนได้อย่างมีความหมาย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันขององค์กรและธุรกิจในอนาคต