อธิบดีกรมอุทยานฯ นำทีมบริจาคเลือดช่วยหัวหน้าวรุณ หลังเสียเลือดมากอาการยังต้องดูแลอย่างใกล้ชิด
ความคืบหน้า กรณี นายวรุณ จันทร์สว่าง หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าสลักพระ-เอราวัณ ถูกนายสมศักดิ์ พวงกูล อายุ 57 ปี ใช้อาวุธปืนขนาด 38 ยิงเข้าที่บริเวณใต้ชายโครงซ้าย 1 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะถูกส่งตัวมารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ขณะที่ตัวของนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ ได้หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปตามแนวแม่น้ำแควใหญ่ก่อนจะถูกติดตามจับกุมตัวได้เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมานั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บของนายวรุณ ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่านายวรุณเสียเลือดมาก และจำเป็นต้องใช้เลือดในการรักษาเป็นจำนวนมาก ในวันนี้ 6 มีนาคม 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ ร่วมกันบริจาคเลือดเพื่อนำไปใช้ในการดูแลรักษา หัวหน้าวรุณ โดยได้รับความร่วมมือ จากหน่วยงานทหารกองพลทหารราบที่ 9 ทหารมณฑลทหารบกที่ 17 และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองกาญจนบุรี มาร่วมการบริจาคเลือด จำนวนกว่า 30 คน นอกจากนี้ ทางคุณพ่อของหัวหน้าวรุณ ยังได้ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือลูกชายของตัวเองด้วย

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า หลังจากการผ่าตัดผ่านพ้นไป ปรากฏว่าอาการของหัวหน้าวรุณ ซึ่งถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่บริเวณใต้ชายโครงซ้าย 1 นัด กระสุนได้สร้างความเสียหายให้กับม้ามเป็นอย่างมาก ทางทีมแพทย์จึงได้ตัดม้ามส่วนที่เสียหายทิ้ง และในช่วงที่นำตัวหัวหน้าวรุณส่งมารับการรักษาที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนานั้น พบว่าหัวหน้าวรุณเสียเลือดไปมากกว่า 4 ลิตร จึงจำเป็นต้องมีการนำเลือดสำรองมาใช้เพื่อรักษาอาการอย่างเร่งด่วน ในวันนี้ ทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชจึงได้นำพาเจ้าหน้าที่ มาร่วมกันบริจาคเลือดโดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานกองอาสารักษาดินแดน มาร่วมบริจาคเลือดเพิ่มด้วย ส่วนอาการของหัวหน้าวรุณ แม้ตอนนี้จะรู้สึกตัวแล้ว แต่ยังคงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดต่อไป
ขณะเดียวกัน ในส่วนของการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุนั้น ทางพันตำรวจเอกสิทธิพงษ์ สังข์แสง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรลาดหญ้า กล่าวว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับนายสมศักดิ์ผู้ก่อเหตุ ใน 4 ข้อหาหนัก ประกอบด้วย ข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ ข้อหามีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และข้อหายิงปืน ในหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
///////////////////////////////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์