บรรยากาศ ที่สวนองุ่นไปเบา ภูเถา บ้านภูมิกันดาร ม.5 ต.ประทัดบุ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ อยู่ห่างจากจากตัวเมืองสุรินทร์ไปยังบ้านประทัดบุ หมู่ที่ 5 ซึ่งใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 214 (เส้นสุรินทร์-ปราสาท) มุ่งหน้าลงทิศใต้ ซึ่งห่สงจากตัวเมืองสุรินทร์ ระยะทางประมาณ 32 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถราว 37 นาที และที่แห่งนี้เป็นสวนองุ่นในพื้นที่ 1งาน โดยลักษณะปลูกในโรงเรือนระบบปิด มีต้นองุ่นอยู่ราวๆ 60 ต้น /ต่อโรงเรือน โดยผลองุ่นรอบนี้เป็นผลผลิตครั้งที่ 2 ที่ออกมาจำหน่ายให้กับผู้คนที่ชอบในผลองุ่น และต่างก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาชมสวนองุ่น มาชิมและซื้อกลับบ้าน และพากันถ่ายรูปเซลฟี่โชว์กันในโลกโซเชียลอีกด้วย
โดยผลผลิตที่ทางสวนองุ่นที่ปลูกไว้นั้น รวมๆแล้วจะมีผลผลิตถึง 900 กิโลกรัม สร้างความประทับใจแก่ผู้ที่ชื่นชอบ และปัจจุบันถึงขั้นลูกองุ่นสุกไม่ทันเก็บจำหน่ายอีกด้วย
โดยเจ้าของสวนคือนาง วิภาวดี ศักดิ์สายพร อายุ 51 ปี อดีตสาวโรงงานจากกรุงเทพมหานคร ได้ลาออกจากงาน ผันตัวมาทำสวนองุ่นในพื้นที่ 1งาน ถือว่าประสบความสำเร็จ ได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ พร้อมกันนี้ยังได้ปลูกพืชผักกินได้ และจะทำการปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ซึ่งอยู่ในการลงดินขยายพื้นที่ปลูก พร้อมทั้งมีความคิดที่จะถมดินเพิ่มขยายพันธ์องุ่นเพิ่มขึ้น
นาง วิภาวดี ศักดิ์สายพร(เจ้าของสวน) กล่าวว่า ตนทำงานอยู่ที่โรงงาน จ.กรุงเทพมหานคร มาหลายปี ก่อนนั้นเคยทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ(ไต้หวัน) ตนคิดถึงความอยากเป็นเกษตรกร และคิดถึงลูก ๆ ที่อยู่ที่บ้านเกิดที่ตนนั้นได้ฝากให้แม่ตนเลี้ยงถ้าได้กลับบ้านทีลูกๆ ก็จะถามว่าเมื่อไหร่พ่อกับแม่จะมาอยู่ด้วยกัน ตนและสามีจึงได้ปรึกษากันพร้อมกับได้เก็บเงินบางส่วนมาหาซื้อที่ดินแถวบ้านตน จนกระทั่งได้ที่ดินดังกล่าว ประมาณ 30 ไร่ และแบ่งมาปลูกองุ่น 1งาน ตนและสามีจึงได้ลาออกจากโรงงานที่ทำอยู่ และได้เดินทางกลับบ้าน ซึ่งเป็นที่ดีใจของลูก ๆ ที่พ่อกับแม่กลับมาอยู่ที่บ้านอย่างครอบครัวที่อบอุ่น
.jpg)
หลังจากที่ตนกลับมาอยู่ที่บ้านตนก็ได้เข้าไปดูที่ยูทูปว่าการปลูกพันธ์องุ่น และโรงเรือน 1 หลัง ในพื้นที่ 1 งาน ปลูกองุ่น 60 ต้น โดยใช้งบลงทุนไปกว่า 300,000 บาท ตนจึงเข้าไปหาความรู้การปลูกองุ่นจากอินเตอร์เน็ต และได้พบกับคอร์สเรียนออนไลน์ของอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งได้ศึกษาแล้วมาปฏิบัติเอง จึงได้เริ่มปลูกในที่ดิน 1 งาน ประสบความสำเร็จได้ผลผลิตออกมาครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฏาคม 2568 ที่ผ่านมา พอมาปีนี้ผลผลิตองุ่นของตนก็ประสบความสำเร็จอีกครั้งเป็นครั้งที่สอง ก็มีทั้งคนในหมู่บ้านและคนในอำเภอเมืองสุรินทร์ต่างพากันมาเที่ยวชม จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่หนึ่ง ซึ่งผู้คนที่ชอบในลูกองุ่นต่างเข้ามาชิมและซื้อกลับบ้าน ในกิโลกรัมละ 150 บาท และพากันถ่ายรูปเซลฟี่โชว์กันในโลกโซเชียลอีกด้วย
พร้อมกันนี้ตนคิดว่าเราเป็นคนชอบกินองุ่นอยู่แล้ว จึงเกิดแนวคิดว่า องุ่นเป็นผลไม้ที่เด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดี เป็นผลไม้ที่ไม่มีทางตัน โดยผลผลิตที่ได้มาในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 เป็นที่น่าพอใจ มีต้นองุ่นทั้งหมด 60 ต้น ให้ผลผลิตราว 900 กิโลกรัม ตนจำหน่ายเพียงกิโลกรัมละ 150 บาท โดยให้ลูกค้าเข้ามาตัดเอาเอง หากรวมแล้ว 1 ล็อต จะขายได้ราว 1.5 แสนบาท ซึ่งใน 1 ปี จะสามารถเก็บผลผลิตได้ 2 ล็อต รวมรายได้กว่าปีละ 3 แสนบาทโดยประมาณ ซึ่งตนมีแนวคิดจะลงทุนถมดินขยายโรงเรือนปลูกองุ่นเพิ่ม และปลูกหน่อไม้ฝรั่ง สวนผักกินได้ ออกส่งขาย เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว พร้อมกับจะชวนเพื่อนบ้านในชุมชน มาร่วมกันปลูกหน่อไม้ฝรั่งกันจะได้มีรายได้อีกด้วย
สำหรับสวนองุ่นไปเบา ภูเถา บ้านภูมิกันดาร เปิดให้ลูกค้าแวะเวียนเข้ามาจับจองและจำหน่ายในราคา กิโลกรัมละ 150 บาท โดยลูกค้าสามารถเข้ามาเลือกชิมและตัดเอาเองตามความพอใจ โดยบางรายแวะเข้ามาเลือกองุ่นพวงที่ชอบหากยังไม่สุก ก็จะเขียนชื่อพร้อมเบอร์โทรศัพท์ เพื่อจับจองเป็นเจ้าของไว้ หากลูกองุ่นสุกได้ที่ ทางสวนเองจะโทรไปแจ้ง โดยลูกค้ามีทั้งในพื้นที่ และนอกพื้นที่ รวมถึงลูกค้าที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด โดยสวนองุ่นไปเบา ภูเถา บ้านภูมิกันดาร โทร 092-5455822 และเปิดให้บริการทุกวันอีกด้วย