มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดย วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) และคณะนิเทศศาสตร์ ลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการกับ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจบันเทิงและอุตสาหกรรมบริการยุคใหม่ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมสัจจา เกตุทัต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
พิธีลงนามครั้งนี้มี อาจารย์วสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิวนารถ หงษ์ประยูร คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ เป็นผู้แทนฝ่ายมหาวิทยาลัย นางสาววราพร ละมูลตรี ผู้จัดการฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นผู้แทนฝ่ายบริษัท โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการกับประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างบัณฑิตนักปฏิบัติที่มีความพร้อมรอบด้าน
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งส่งเสริมการพัฒนาคุณลักษณะบัณฑิตให้สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจโรงภาพยนตร์ (Cinema Business) และธุรกิจความบันเทิงครบวงจร ครอบคลุมการพัฒนาหลักสูตรด้านการบริหารจัดการโรงภาพยนตร์ (Cinema Management) การสื่อสารการตลาดในพื้นที่โรงภาพยนตร์ ตลอดจนการต่อยอดองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และ Soft Power เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในมิติต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

ภายใต้กรอบความร่วมมือ บริษัทจะสนับสนุนการรับนักศึกษาเข้าฝึกประสบการณ์วิชาชีพและโครงการสหกิจศึกษาอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงในสถานประกอบการ พร้อมสนับสนุนผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการ รวมถึงเป็นอาจารย์พิเศษหรือวิทยากรถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากภาคธุรกิจ เพื่อให้การพัฒนาหลักสูตรมีคุณภาพและตอบโจทย์ตลาดแรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างแท้จริง
อาจารย์วสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวทางการบริหารการศึกษาของ CIBA ที่มุ่งเตรียมความพร้อมนักศึกษาให้เข้าใจ “ภาพจริงของธุรกิจ” มากกว่าการเรียนรู้เชิงทฤษฎีเพียงอย่างเดียว โดยย้ำว่าไม่ว่าองค์กรจะอยู่ในอุตสาหกรรมใด ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน ธุรกิจบริการ ค้าปลีก พลังงาน หรืออุตสาหกรรมบันเทิง ทุกองค์กรล้วนต้องมีระบบบริหารจัดการที่เข้มแข็ง ซึ่ง CIBA มีหลักสูตรทุกสาขาทั้งด้านการเงิน บัญชี การตลาด โลจิสติกส์ การจัดการ ธุรกิจระหว่างประเทศ และสารสนเทศ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรอย่างยั่งยืน
คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี ระบุว่า วิทยาลัยได้ออกแบบหลักสูตรให้ครอบคลุมองค์ความรู้ด้านบริหารธุรกิจแบบบูรณาการ เพื่อผลิตกำลังคนที่สามารถทำงานได้ทั้ง “หน้าบ้าน” และ “หลังบ้าน” ขององค์กร โดยเฉพาะบทบาทสนับสนุนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเปิดกว้างต่อการจัดกิจกรรมโรดโชว์ การอบรมพิเศษ หรือการเชิญผู้บริหารจากภาคธุรกิจเข้ามาแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจโครงสร้างธุรกิจจริง เห็นเส้นทางอาชีพที่หลากหลาย และสามารถวางแผนอนาคตของตนเองได้อย่างชัดเจน
ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิวนารถ หงษ์ประยูร คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับผู้นำอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับประเทศครั้งนี้ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การเรียนการสอนด้านนิเทศศาสตร์เชื่อมโยงกับภาคปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยชี้ว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์และความบันเทิงในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการผลิตผลงานเชิงศิลปะเท่านั้น แต่เป็นกลไกหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และ Soft Power ของประเทศ

คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ อธิบายเพิ่มเติมว่า การจะผลักดันภาพยนตร์หรือคอนเทนต์ไทยให้มีศักยภาพแข่งขันในระดับสากล จำเป็นต้องเข้าใจทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่กระบวนการพัฒนาเนื้อหา การผลิต การจัดจำหน่าย การบริหารพื้นที่ฉาย การตลาด และการสร้างประสบการณ์ผู้ชมในโรงภาพยนตร์ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ครบทั้ง “ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ” ของอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรภาพยนตร์ การแสดง อีเวนต์ การผลิตคอนเทนต์ หรือการสื่อสารแบรนด์ ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกับธุรกิจโรงภาพยนตร์โดยตรง
ขณะที่นางสาววราพร ละมูลตรี ผู้จัดการฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทดำเนินโครงการสหกิจศึกษาและรับนักศึกษาฝึกงานมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี โดยมีนักศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ ทั่วประเทศเข้าร่วมฝึกงานมากกว่า 800 คน และเฉพาะในปีที่ผ่านมา มีนักศึกษาเข้าร่วมเกือบ 500 คน แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจขององค์กรในการร่วมพัฒนาทรัพยากรรุ่นใหม่อย่างจริงจัง

ผู้จัดการฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีสาขากว่า 179 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนขยายเพิ่มอีกประมาณ 20 สาขาในปีนี้ ส่งผลให้มีความต้องการบุคลากรในหลากหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะสายบริหารจัดการสาขาและงานบริการ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตลาดแรงงานยังขาดแคลน บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการสร้าง “Talent Pipeline” ของตนเอง ผ่านโปรแกรมฝึกงานและพัฒนาผู้จัดการสาขาในอนาคต
นางสาววราพร กล่าวอีกว่า นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งทักษะการทำงานจริง การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การปรับตัว และการพัฒนา Soft Skills ควบคู่กับการฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จริง พร้อมย้ำว่า บริษัทเปิดรับนักศึกษาฝึกงานตลอดทั้งปี เพื่อให้สอดคล้องกับปฏิทินการศึกษาที่แตกต่างกันของแต่ละมหาวิทยาลัย และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ค้นหาความถนัดของตนเอง แม้บางคนจะค้นพบเส้นทางอาชีพใหม่ระหว่างการฝึกงานก็ตาม
