ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
พลังงาน / สิ่งแวดล้อม ย้อนกลับ
สวทช. – ทช. ผนึกกำลัง ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บริหารจัดการ-ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่ง
17 ก.พ. 2569

สวทช. – ทช. ผนึกกำลัง ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บริหารจัดการ-ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งประเทศไทย รับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้าน “การวิจัย พัฒนา และวิชาการ เกี่ยวกับป่าชายเลนและระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งของประเทศไทย” โดยมี ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช. และ นายอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นพยานในพิธีลงนาม พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ดร.วิยงค์ กังวานศุภมงคล รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) และคณะผู้บริหาร สวทช. เข้าร่วมงาน
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง สวทช. และ ทช. ครั้งนี้ เป็นความร่วมมือต่อเนื่องระยะเวลา 5 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2569–2574 มีเป้าหมายนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่ มาเสริมศักยภาพการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการป่าชายเลน และระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพของโลก ภายใต้ การประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Kunming-Montreal Global biodiversity framework) โดยเฉพาะการหยุดยั้งความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ การฟื้นฟูพื้นที่ที่เสื่อมโทรม การบูรณาการความหลากหลายทางชีวภาพเข้าสู่นโยบายและการตัดสินใจเชิงพื้นที่ รวมถึงการสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคีเครือข่าย สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยเฉพาะ SDGs 13 (Climate Action) และ SDGs 14 (Life Below Water) โดยที่ผ่านมา สวทช. และ ทช. ได้ร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สำคัญ ได้แก่ 1.การจัดทำฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพจีโนมและพันธุกรรมของป่าชายเลน 2.การประเมินศักยภาพ
บลูคาร์บอน หรือ คาร์บอนไดออกไซด์ถูกดูดซับไว้โดยระบบนิเวศชายฝั่งรวมถึงมหาสมุทร อาทิ ป่าชายเลน ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง 3.การใช้ระบบดิจิทัลในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ชายฝั่ง และ 4.การพัฒนานวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อรับมือกับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งเป็นตัวอย่างของการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่และเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ความร่วมมือในระยะ 5 ปีข้างหน้านี้ จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาของประเทศและกรอบการดำเนินงานในระดับโลก เพื่อพัฒนาให้เกิดระบบการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่งที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว
“ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่งของประเทศไทย และเป็นต้นแบบของความร่วมมือที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ นโยบาย และการปฏิบัติในระดับพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งสะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติของประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม” ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ กล่าว
ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ทรัพยากรป่าชายเลนและระบบนิเวศทางทะเล คือต้นทุนธรรมชาติที่สำคัญ เป็นทั้งแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แนวป้องกันภัย และแหล่งกักเก็บคาร์บอน แต่ด้วยสภาพภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลง การอนุรักษ์ด้วยวิธีเดิมอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การลงนามในวันนี้เป็นการยกระดับพันธกิจระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในฐานะผู้ดูแลและบริหารจัดการพื้นที่ กับ สวทช. ซึ่งเปรียบเสมือนคลังสมองและผู้นำด้านเทคโนโลยีของประเทศ เพื่อผนึกกำลังนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาเป็นเครื่องมือหลักในการทำงานด้านการอนุรักษ์ โดยภายใต้กรอบความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี มีเป้าหมายขับเคลื่อนการวิจัย สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่นำมาใช้แก้ปัญหาได้จริง พร้อมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศ ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และร่วมมือกันเพื่อบริหารจัดการข้อมูล ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนบุคลากร เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
“ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลของไทย ก้าวไปสู่ยุคใหม่ที่มีความแม่นยำด้วยข้อมูล ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรม และมั่นคงด้วยความร่วมมือ ซึ่งผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 หน่วยงาน แต่ยังเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและระบบนิเวศของประเทศในระยะยาว” ดร.ปิ่นสักก์ กล่าว

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16 - 28 กุมภาพันธ์ 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
03 ก.พ. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 469 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะว่าไปแล้ว เราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหลายด้านอยู่มิใช่น้อย โดยเฉพาะกับตัวของนักการเมืองที่ขันอาสาเข้ามารับใช้ประชาชน เพราะหากลองส่อ...