เกษตรฯ แก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด ดัน MOU รับซื้อ เพิ่มช่องทางระบายสต็อก พยุงรายได้เกษตรกรโคนม พร้อมปรับโครงสร้างตลาดและบริหาร อ.ส.ค.
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาการขับเคลื่อนและพัฒนาโคนมไทย ว่า เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำนมดิบและผลิตภัณฑ์นม จากการหารือครั้งนี้ ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด ได้นำเสนอประเด็นปัญหาเร่งด่วน อาทิ ขอให้เร่งหาตลาดรับซื้อน้ำนมดิบที่ยังคงค้างอยู่ที่สหกรณ์ ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรต้องจำหน่ายน้ำนมดิบในราคาต่ำกว่าที่ควรจะได้รับ
โดยขอให้พิจารณาจัดทำบันทึกข้อตกลงการซื้อน้ำนมดิบ (MOU) ในโครงการนมโรงเรียน ปี 2568/2569 ให้ครบถ้วน ขณะเดียวกันขอให้ช่วยเร่งระบายสต็อกนมกล่องที่คงค้างอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของสหกรณ์ในการรับซื้อน้ำนมดิบ

อีกทั้งได้เสนอปัญหาเรื่องจำนวนเด็กในระบบการศึกษาที่ลดลง ส่งผลให้ความต้องการนมในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง สมาชิกชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด จึงเสนอแนวทางแก้ไข โดยขอให้กระทรวงเกษตรฯ เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาส่งเสริมให้นักเรียนดื่มนมโรงเรียนตลอดทั้งปี หรือ 365 วัน
และขยายการดื่มนมโรงเรียนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อเพิ่มโอกาสการบริโภคนมของนักเรียน รวมถึงโครงการอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เช่น ส่งเสริมให้สตรีมีครรภ์ได้ดื่มนมด้วย พร้อมทั้งขอให้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การส่งมอบนมโรงเรียนที่กำหนดวันก่อนหมดอายุ จากเดิมไม่น้อยกว่า 4 เดือน เป็นไม่น้อยกว่า 2 เดือน เป็นการชั่วคราวในภาคเรียนที่ 2/2568 เพื่อช่วยระบายสต็อก โดยยังคงมาตรฐานความปลอดภัยตามที่กำหนด
“กระทรวงฯ ตระหนักถึงความเดือดร้อนของสหกรณ์ และได้เร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหานมคงค้าง รวมถึงการบริหารจัดการระบบนมทั้งห่วงโซ่อย่างต่อเนื่อง โดยที่ประชุมเห็นชอบให้เดินหน้าขยายความร่วมมือ (MOU) เพื่อส่งเสริมการบริโภคนมในสถานศึกษา และเตรียมขยายโอกาสการดื่มนมไปยังระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1–ม.3) ต่อไป พร้อมเร่งรัดโครงการสำคัญที่เกี่ยวข้อง”
นอกจากนี้ จะหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาขยายระยะเวลาการกระจายนมในโรงเรียนเป็นไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายใต้เงื่อนไขการรับรองคุณภาพตามมาตรฐาน เพื่อช่วยระบายสต็อกนมในระบบ ตลอดจนได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์รวบรวมข้อมูลปริมาณนมคงเหลือในแต่ละพื้นที่ภายใน 15 วัน เพื่อนำมาวางแผนบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน
ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางเพิ่มช่องทางตลาดเพื่อกระจายผลิตภัณฑ์นม อาทิ การขยายจุดจำหน่ายผ่านสถานีบริการน้ำมัน และการประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อช่วยรับซื้อบางส่วนให้เกิดเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบ
พร้อมทั้งเตรียมทบทวนโครงสร้างการตลาดและการบริหารขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่อง โดยให้ความสำคัญกับบทบาทของสหกรณ์เป็นลำดับแรก และเตรียมปรับหลักเกณฑ์การกระจายสินค้าให้มีความยืดหยุ่น สามารถช่วยเหลือระหว่างพื้นที่ได้มากขึ้น โดยจะเร่งสรุปแนวทางดำเนินการให้ชัดเจนภายใน 1–2 สัปดาห์ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหาร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรมและทันท่วงที