นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ตามการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับใหม่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 เพื่อลดภาระและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยกำหนดสิทธิให้ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถที่มีอายุไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์ และไม่ขาดต่ออายุเกิน 1 ปี สามารถยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้โดยไม่ต้องเดินทางมาทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ณ สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ ทั้งนี้ เป็นการลดภาระการเดินทางและตอบโจทย์ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างสมบูรณ์และเกิดประโยชน์สูงสุด
“กรมอยู่ระหว่างหารือร่วมกับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เพื่อกำหนดแนวทางและวิธีการตรวจสอบสมรรถนะทางร่างกายสำหรับประชาชนที่ประสงค์จะต่ออายุออนไลน์ คาดว่าพร้อมเปิดให้บริการเดือนมิ.ย.2569”โดยได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีความพร้อมของระบบในการออกใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว เพื่อพัฒนาช่องทางการรับ-ส่งข้อมูลเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับนำมาใช้แทนที่รูปแบบเดิมสำหรับผู้ที่เดินทางมาดำเนินการ ณ สำนักงานขนส่งการเชื่อมโยงข้อมูลในรูปแบบ API Linkage กับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงที่มาและความถูกต้องของเอกสารได้อย่างแม่นยำแบบ Real-timeในระยะเริ่มต้นของการให้บริการ การเชื่อมโยงข้อมูลยังคงจำกัดอยู่ในกลุ่มโรงพยาบาลเป็นหลัก ในส่วนของคลินิกทั่วประเทศนอกเหนือจากโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขยังอยู่ระหว่างการพัฒนาแพลตฟอร์มกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนที่ส่วนใหญ่นิยมใช้บริการ ณ คลินิกใกล้บ้าน
สำหรับผู้ที่ต้องการต่ออายุผ่านช่องทางออนไลน์ จำเป็นต้องมีการทดสอบสมรรถภาพ โดยเฉพาะสมรรถภาพทางสายตา ซึ่งอยู่ระหว่างการกำหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพร่วมกับแพทย์ให้ละเอียดยิ่งขึ้น ทำให้ประชาชนสามารถทดสอบสมรรถภาพทางสายตากับแพทย์ได้ทันทีไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงานขนส่งเพื่อรองรับความต้องการของประชาชนที่มีปริมาณการต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลเฉลี่ยสูงถึงกว่า 2.5 ล้านคนต่อปี ให้สามารถเข้าสู่ระบบออนไลน์ได้อย่างมั่นใจโดยมีเกณฑ์การตรวจสอบสุขภาพที่ได้มาตรฐานเดียวกันจากสถานพยาบาลทุกระดับ ประชาชนจะได้รับความสะดวกมากขึ้น ลดขั้นตอนการเดินทางไปสำนักงานขนส่งสำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้นโดยขยายระบบใบรับรองแพทย์ดิจิทัลสู่คลินิกใกล้บ้านทั่วไทย ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น “มั่นใจได้ว่าผู้ขับขี่ทุกคนบนท้องถนน ผ่านการตรวจสอบสมรรถภาพทางร่างกายและสายตาที่ได้มาตรฐาน”
อย่างไรก็ตาม การยกระดับดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยยืนยันความพร้อมทางร่างกายของผู้ขับขี่ และสร้างความปลอดภัยทางถนนให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม กรมการขนส่งทางบกและกระทรวงสาธารณสุข พร้อมบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนบริการภาครัฐสู่ความเป็นดิจิทัล ให้ประชาชนได้รับบริการอย่างดีที่สุด