เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคภูมิใจไทย จังหวัดชลบุรี จัดการปราศรัยย่อยช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นำโดย นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรีของพรรคภูมิใจไทย ร่วมขึ้นเวทีปราศรัย ได้แก่ อดีตผู้ว่าฯ เชาวลิต แสงอุทัย ผู้สมัคร สส.เขต 8 หมายเลข 5 และ สจ.แมน แมน อินทรพัฒน์ ผู้สมัคร สส.เขต 9 หมายเลข 8
บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชน ผู้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย และนักธุรกิจในพื้นที่ เข้าร่วมรับฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมาก ณ บริเวณแยกพัทยากลาง
โดยได้ประเดิมเปิดเวทีปราศรัยด้วย อดีตผู้ว่าฯ เชาวลิต แสงอุทัย ผู้สมัคร สส.เขต 8 หมายเลข 5 ซึ่งได้นำเสนอวิสัยทัศน์และเหตุผลในการตัดสินใจร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากเป็นพรรคที่มีความพร้อมในการบริหารประเทศ มีนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ภายใต้สโลแกน “พูดแล้วทำ พลัส” รวมถึงมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์

อดีตผู้ว่าฯ เชาวลิต ระบุว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เป็น สส.ชลบุรี เขต 8 จะเร่งผลักดันนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และโครงการรถไฟความเร็วสูง ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมเดินหน้าผลักดันโครงการพัฒนาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดชลบุรี โดยย้ำจุดแข็งของตนเองว่าเป็นผู้ที่ “รู้พื้นที่ รู้คน รู้ปัญหา และเข้าถึงประชาชนได้ง่าย” จึงพร้อมทำหน้าที่เป็นผู้แทนของประชาชนอย่างแท้จริง
จากนั้นเป็นการปราศรัยของ สจ.แมน แมน อินทรพัฒน์ ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 9 หมายเลข 8 ซึ่งกล่าวถึงประสบการณ์การทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่องในฐานะคนพื้นที่ พร้อมยืนยันความตั้งใจที่จะเป็นปากเสียงแทนประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร หากได้รับโอกาส โดยจะมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจฐานราก และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สจ.แมน แมน ระบุว่า นโยบายแรกที่ตั้งใจจะผลักดันให้กับชาวพัทยาและตำบลหนองปรือ คือ นโยบายด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากการท่องเที่ยวถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจพัทยา ซึ่งปัจจุบันอยู่ในภาวะซบเซา หากได้รับเลือกเป็น สส. จะเร่งผลักดันมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างเร่งด่วน
ปิดท้ายการปราศรัย นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง พรรคมีความมั่นใจจากการลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุบสภาจนถึงปัจจุบัน โดยได้นำเสนอนโยบาย บุคลากร และประสบการณ์การทำงานอย่างชัดเจน พร้อมย้ำว่าผู้สมัครของพรรคในแต่ละเขตมีความพร้อมในการทำหน้าที่เป็นผู้แทนของประชาชน จึงเชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนจะให้ความไว้วางใจเลือกผู้สมัคร สส.ชลบุรี พรรคภูมิใจไทย ทั้งเขต 8 หมายเลข 5 เขต 9 หมายเลข 8 และเลือกพรรคภูมิใจไทย หมายเลข 37
ส่วนกระแสตอบรับการหาเสียง นายสนธยา ระบุว่า ยอมรับว่าในบางพื้นที่ยังต้องเพิ่มความเข้มข้นในการลงพื้นที่ เนื่องจากทุกตารางนิ้วของเขตเลือกตั้งล้วนเป็นพื้นที่สำคัญในการขอคะแนนเสียง โดยพื้นที่ใดที่ผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาอาจยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ก็จำเป็นต้องเร่งทำงานและขอความเชื่อมั่นจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พื้นที่ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีก็ต้องรักษาฐานคะแนนเอาไว้ พร้อมยืนยันว่าการลงพื้นที่พบประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากประชาชนในพื้นที่ที่พรรคเข้าไปทำงาน
สำหรับกรณีวาทกรรมทางการเมืองที่ว่า “บ้านใหญ่จับมือบ้านใหม่” นายสนธยา กล่าวว่า เป็นเพียงวาทกรรมหรือถ้อยคำที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในช่วงการเลือกตั้ง ซึ่งประชาชนสามารถรับฟังและใช้วิจารณญาณพิจารณาได้ โดยหลายครั้งเป็นการพูดไม่ครบถ้วนหรือพูดทิ้งไว้ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน พร้อมตั้งคำถามย้อนว่า ไม่ว่าจะเป็นองค์กร บริษัท หรือพรรคการเมืองใด ย่อมมีความเห็นที่แตกต่างกันได้เป็นเรื่องปกติ สิ่งสำคัญคือการหาทางออกร่วมกันและหาจุดลงตัวเพื่อแก้ไขปัญหา
นายสนธยา ย้ำว่า การเมืองควรมุ่งเน้นที่ข้อเท็จจริง ปัญหาของประชาชน และแนวทางการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม มากกว่าการสร้างวาทกรรมทางการเมือง เพราะท้ายที่สุดแล้ว การรวมพลังเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง จะทำให้ทุกปัญหาสามารถคลี่คลายและเดินหน้าต่อไปได้
ทั้งนี้ นายสนธยา ได้เชิญชวนพ่อแม่พี่น้องประชาชน ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. เพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตประเทศ พร้อมขอให้ประชาชนพิจารณาอย่างรอบคอบในการเลือกผู้ที่จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้ที่จะเข้าไปบริหารประเทศ โดยเน้นย้ำว่าความจริง แนวทางการทำงานที่ชัดเจน ประสบการณ์การทำงาน และความสามารถในการบริหารงานเท่านั้น จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้บรรลุเป้าหมาย และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้เกิดผลเป็นรูปธรรม