ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
เกษตรนำไทย ย้อนกลับ
กรมประมง ปิดอ่าวไทยตอนกลาง ประจำปี 2569 คุ้มครองพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำวางไข่
04 ก.พ. 2569

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่ากรมเตรียมประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ประจำปี 2569 ในพื้นที่อ่าวไทยตอนกลาง แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 15 ก.พ.-15 พ.ค.2569 และช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 16 พ.ค.-14 มิ.ย.2569 เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำเศรษฐกิจ สร้างสมดุลระบบนิเวศทางทะเล และสนับสนุนการทำประมงให้เกิดความยั่งยืน

ประกาศฉบับใหม่ยังคงบังคับใช้ในพื้นที่และระยะเวลาตามเดิม คือ 3 เขตมาตรการ ใน 2 ช่วงเวลา ดังนี้ เขตมาตรการที่ 1 (ระหว่างวันที่ 15 ก.พ.- 15 พ.ค.2569) ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ปลายแหลมเขาม่องไล่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อคุ้มครองและปกป้องพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำให้มีโอกาสสืบพันธุ์ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน

เขตมาตรการที่ 2 (ระหว่างวันที่ 16 พ.ค.-14 มิ.ย.2569) ครอบคลุมอาณาเขตตามแผนที่แนบท้ายของประกาศปิดอ่าวไทยตอนกลาง เพื่อคุ้มครองลูกพันธุ์สัตว์น้ำ โดยเฉพาะปลาทูให้ได้เลี้ยงตัวในวัยอ่อนบริเวณชายฝั่ง และมีโอกาสเจริญเติบโตเพื่อทดแทนพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำ

และ เขตมาตรการที่ 3 ซึ่งเป็นเขตต่อเนื่องและห้วงเวลาเดียวกับเขตมาตรการที่ 2 ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ปลายแหลมเขาม่องไล่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อปกป้องลูกพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อน โดยเฉพาะปลาทูจากพื้นที่มาตรการปิดอ่าวไทยตอนกลางให้มีโอกาสเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวไทยรูปตัว ก

จากการประเมินผลทางวิชาการพบว่า พื้นที่เขตมาตรการที่ 1 ในช่วงระหว่างมาตรการ สำรวจพบปลาทูส่วนใหญ่มีขนาดความยาวมากกว่าขนาดแรกสืบพันธุ์ มีค่าดัชนีความสมบูรณ์เพศเฉลี่ยสูงและค่าความสมบูรณ์เพศมากกว่าร้อยละ 80 ซึ่งแสดงถึงความพร้อมในการสืบพันธุ์วางไข่ของพ่อแม่พันธุ์ปลาทู

สอดคล้องกับการติดตามการแพร่กระจายของปลาทู-ลัง และปลาเศรษฐกิจวัยอ่อนชนิดอื่น ที่มีการแพร่กระจายจำนวนมากในช่วงระหว่างมาตรการ และพบกลุ่มปลาทู-ลัง ขนาดเล็กเพิ่มขึ้นหลังสิ้นสุดมาตรการ

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาอัตราการจับสัตว์น้ำ (CPUE) จากเครื่องมือประมงที่อนุญาตให้ใช้ทำการประมง ในช่วงก่อนและหลังมาตรการ พบว่ามีอัตราการจับสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น อาทิ เครื่องมืออวนล้อมจับปั่นไฟมีอัตราการจับสัตว์น้ำในช่วงก่อนมาตรการ 1,843 กิโลกรัมต่อวัน เพิ่มขึ้นเป็น 3,339 กิโลกรัมต่อวัน

พื้นที่เขตมาตรการที่ 2 จากการสำรวจพบว่าหลังสิ้นสุดมาตรการ ปลาทูมีขนาด 10-16 เซนติเมตร และมีอัตราการจับสัตว์น้ำค่อนข้างสูงหลังสิ้นสุดมาตรการ โดยเครื่องมืออวนล้อมจับปั่นไฟ อวนล้อมโซนาร์ และอวนล้อมจับปลากะตัก มีอัตราการจับสัตว์น้ำสูงถึง 3,700 2,233 และ 3,750 กิโลกรัมต่อวัน ตามลำดับ

และ พื้นที่เขตมาตรการที่ 3 พบว่าหลังสิ้นสุดมาตรการ ปลาทูมีขนาด 15-17 เซนติเมตร และมีอัตราการจับสัตว์น้ำค่อนข้างสูง

ดังนั้น จึงเป็นการยืนยันได้ว่ามาตรการดังกล่าว มีความเหมาะสมทั้งด้านขอบเขตพื้นที่ ระยะเวลา และเครื่องมือประมงที่อนุญาตให้ทำการประมง สัมพันธ์กับฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน สามารถปกป้องพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำให้ได้มีโอกาสผสมพันธุ์ วางไข่ และสร้างประชากรสัตว์น้ำรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทนในระบบนิเวศได้อย่างยั่งยืน

 “กรมประมงขอขอบคุณพี่น้องชาวประมงทุกท่านที่ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดตลอดมา เรายังคงเดินหน้าประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้เกิดความยั่งยืน”

ตามนโยบาย Fisheries Connect for Sustainability โดยมุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการรักษาระบบนิเวศทางทะเลให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ สร้างความมั่นคงทางอาหาร และยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวประมงให้มีความเข้มแข็งและมั่นคงในระยะยาว

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1 - 15 กุมภาพันธ์ 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
03 ก.พ. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 469 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะว่าไปแล้ว เราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหลายด้านอยู่มิใช่น้อย โดยเฉพาะกับตัวของนักการเมืองที่ขันอาสาเข้ามารับใช้ประชาชน เพราะหากลองส่อ...