ที่ ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุม Kick-off โครงการปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลติกคอนกรีต ถนนพัทยาสายสอง เพื่อหารือแนวทางและรูปแบบการดำเนินโครงการให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด พร้อมด้วย นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายอนุวัฒน์ ทองคำ ผู้อำนวยการสำนักการช่างสุขาภิบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยมี ตัวแทนผู้ว่าจ้าง บริษัท กรุงเทพ คอนกรีต 1989 จำกัด นำเสนอรูปแบบการดำเนินการ
สำหรับโครงการดังกล่าว เป็นการปรับปรุงถนนพัทยาสายสอง ตั้งแต่บริเวณหน้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ไปจนถึงแยกพัทยาใต้ บริเวณวัดชัยมงคลพระอารามหลวง ระยะทางประมาณ 3.3 กิโลเมตร ความกว้างถนนประมาณ 10.50–18.90 เมตร รวมพื้นที่ประมาณ 42,815 ตารางเมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 34,330,000 บาท โดยจะดำเนินการปรับปรุงผิวจราจรด้วยแอสฟัลติกคอนกรีต พร้อมงานทาสีตีเส้นจราจรตลอดแนว
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยหลังการประชุม ว่า ถนนพัทยาสายสองถือเป็นเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญ มีผู้ประกอบการ ประชาชน และนักท่องเที่ยวใช้สัญจรเป็นจำนวนมาก เมืองพัทยาจึงให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยการปรับปรุงครั้งนี้จะใช้วิธี “รีไซเคิลลิ่ง” ซึ่งแตกต่างจากการปูผิวถนนแบบโอเวอร์เลย์ทั่วไป เนื่องจากสภาพถนนเดิมมีหลุมบ่อจำนวนมาก หากปูทับอาจไม่เรียบและไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
ส่วนขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มจากการกัดผิวถนนเดิมออกประมาณ 5 เซนติเมตร หรือที่เรียกว่า “มิลลิ่ง” จากนั้นนำวัสดุเดิมมาปรับปรุงและเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างพื้นถนน ก่อนปูผิวแอสฟัลติกคอนกรีตทับอีก 2 ชั้น ซึ่งในช่วงการเซ็ตตัวอาจเกิดฝุ่นละออง โดยผู้รับจ้างจะใช้สารเคลือบผิวเพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น และลดผลกระทบต่อผู้ใช้ทางและผู้ประกอบการในพื้นที่ รวมถึงกำหนดแนวทางลดผลกระทบด้านการจราจร โดยจะดำเนินการก่อสร้างแบบแบ่งครึ่งผิวจราจร ทำงานทีละฝั่งตลอดแนวถนน เพื่อให้ยังสามารถสัญจรได้ตามปกติ และลดความเดือดร้อนของประชาชน
นายกเมืองพัทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้จะมีการเก็บตัวอย่างวัสดุโครงสร้างถนนส่งให้กรมทางหลวงทำการวิเคราะห์ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1–1.5 เดือน เมื่อได้ผลการวิเคราะห์แล้วจึงจะลงนามสัญญาและเริ่มเข้าพื้นที่ดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะเริ่มงานในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 90 วัน และตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายในช่วงกลางปี 2569
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการดำเนินงานอาจเกิดความไม่สะดวกต่อการสัญจรและการค้าขายบ้าง เมืองพัทยาขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว และประชาชน พร้อมยืนยันว่าจะกำชับผู้รับจ้างให้ดำเนินงานอย่างรอบคอบ ดูแลความปลอดภัย และลดผลกระทบให้มากที่สุด เพื่อให้ได้ผิวจราจรที่มีคุณภาพและปลอดภัยในระยะยาว