นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 เห็นชอบราคาอ้อยขั้นสุดท้าย ปี 2567/68 เป็นรายเขต 9 เขตคำนวณราคาอ้อย โดยราคาเฉลี่ยทั่วประเทศในอัตรา 1,152.62 บาทต่อตัน ณ ระดับความหวานที่ 10 ซี.ซี.เอส. กำหนดอัตราขึ้น/ลงของราคาอ้อยเฉลี่ย 69.16 บาทต่อ 1 หน่วย ซี.ซี.เอส. และผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทราย เฉลี่ยทั่วประเทศ 493.98 บาทต่อตัน ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ หลังจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) จะดำเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้มีผลบังคับใช้ต่อไป เพื่อให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยนำไปใช้เป็นเงินทุนในการเพาะปลูก การบำรุงรักษาอ้อย และการดำรงชีพต่อไป
สอน. ได้ติดตามสถานการณ์ผลผลิตอ้อยเข้าหีบและเฝ้าระวังการเผาอ้อย ฤดูการผลิตปี 2568/69 นับตั้งแต่วันเปิดหีบ (1 ธันวาคม 2568) ถึงปัจจุบัน พบว่า มีปริมาณอ้อยเข้าหีบ 40.06 ล้านตัน แบ่งเป็นอ้อยสด 39.12 ล้านตัน คิดเป็น 97.63% ปริมาณอ้อยเผา 0.95 ล้านตัน คิดเป็น 2.37% ของปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด นอกจากนี้ ตลอดช่วงที่ผ่านมา สอน. ยังได้ส่งคณะทำงานฯ 4 ทีม แบ่งเป็น ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออก-อีสานใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ออกตรวจติดตามและกำกับดูแลการรับอ้อยเข้าหีบให้ครอบคลุมทั้ง 58 โรงงานน้ำตาล พบว่า โรงงานน้ำตาลส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการผลักดันอ้อยสด ลดเผา ลด PM 2.5 งดเผาอ้อยก่อน-หลังเก็บเกี่ยว และบางโรงงานได้มีมาตรการในการบริหารจัดการอ้อยยอดยาว ไม่มีสิ่งปนเปื้อน ควบคุมคุณภาพอ้อยเพื่อให้มีคุณภาพน้ำตาลทรายตามมาตรฐาน และยังขอให้โรงงานเข้มงวดและกวดขันให้การบรรทุกและขนส่งอ้อยเข้าโรงงาน ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
“สอน. จะเร่งทำเรื่องประกาศราคาอ้อยขั้นสุดท้าย ปี 2567/68 ในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ชาวไร่อ้อยจะได้มีเงินทุนหมุนเวียนเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพ และขอชื่นชมไปยังชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลที่ร่วมมือกับภาครัฐในการลดการเผาอ้อย ซึ่งได้เปิดหีบอ้อยเกือบจะ 2 เดือนแล้ว พบอ้อยเผาเพียง 2% หากว่าชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลยังคงให้ความร่วมมือกับภาครัฐ คาดว่าหลังจบฤดูการผลิตนี้เราจะได้ตัวเลขอ้อยเผาที่ต่ำกว่าฤดูการผลิตที่ผ่านมา (ต่ำกว่า 14%) จะถือได้ว่าพวกท่านจะสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง” นายใบน้อย กล่าว