ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า งานเกษตรแฟร์เป็นภารกิจหลักที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีต้นกำเนิดมาจากการจัดงานตลาดนัดเกษตรกลางบางเขน เมื่อปี พ.ศ. 2491 และต่อยอดมาเป็นการจัดงานเกษตรแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2496 จนมาเป็นงานเกษตรแฟร์ในปี พ.ศ. 2532 เพื่อทำหน้าที่สถาบันทางการศึกษาเป็นสะพานเชื่อมองค์ความรู้ศาสตร์แห่งแผ่นดิน จากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริงในสังคม ควบคู่กับการน้อมนำพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาเป็นแนวทางในการพัฒนาเกษตรไทยอย่างสมดุล มั่นคงและยั่งยืน โดยเน้นย้ำว่า “เกษตรแฟร์ไม่ใช่เพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้และห้องปฏิบัติการภาคสนาม ที่เปิดโอกาสให้นิสิต อาจารย์ และบุคลากร ถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่ประชาชนโดยตรง พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกิดการหมุนเวียนรายได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ นิทรรศการพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวงต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในชื่อ “ผลิบานชั่วกาลอนันต์” ซึ่งจัดโดย สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บริเวณ โซน I “We are KU” บริเวณหน้าอาคารจักรพันธ์เพ็ญศิรินั้น ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญภายในงานเกษตรแฟร์ที่สะท้อนการบูรณาการองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยควบคู่การสืบสานพระราชปณิธาน และการขับเคลื่อนศาสตร์แห่งแผ่นดิน เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในทุกมิติ
ด้าน ผศ.ดร.กฤษณ์ วันอินทร์ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและพันธกิจเพื่อสังคม และประธานอนุกรรมการฝ่ายจัดแสดงผลงานนวัตกรรม กล่าวว่า ภายในงานเกษตรแฟร์ 2569 มีการจัดแสดงผลงานนวัตกรรม งานวิจัย และผลิตภัณฑ์จากหน่วยงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย กว่า 120 ผลงาน อาทิ ไหมอีรี่กับพระราชินี แห่งศิลป์และอาชีพ หุ่นยนต์ช่วยตรวจสุขภาพ (Mobility Healthcare Robot) หุ่นยนต์ดริปกาแฟ เครื่องผสมปุ๋ยอัตโนมัติ เครื่องวิเคราะห์คุณภาพข้าวในภาคสนาม เซนเซอร์วัดความชื้นในดิน “เกษตรไทย IOT” ชุดตรวจโรคเซอร่าแบบตกตะกอนอย่างง่าย อุปกรณ์ฝึกการนวหัวใจสัตว์แบบดิจิตอล รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารและนมภายใต้แบรนด์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งสะท้อนการบูรณาการองค์ความรู้ด้านเกษตร อาหาร และเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถผลิตในเชิงพาณิชย์
ขณะที่ ผศ.รัชด ชมภูนิช รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตและพัฒนาอย่างยั่งยืน และประธานฝ่ายกิจกรรมนิสิต กล่าวว่า งานเกษตรแฟร์เปรียบเสมือนห้องเรียนภาคสนามและเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาศักยภาพนิสิต ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เสริมสร้างทักษะรอบด้าน และปลูกฝังจิตสาธารณะเพื่อสร้างบัณฑิตที่มีความรู้ควบคู่คุณธรรม พร้อมรับใช้สังคมและประเทศชาติ
ผศ.ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มสมบุญชัย รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพย์สิน และประธานฝ่ายตลาดนัดและสิทธิประโยชน์ กล่าวว่า การบริหารจัดการพื้นที่ตลาดนัดและสิทธิประโยชน์ภายในงาน เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนเกษตรกร ผู้ประกอบการ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และมูลนิธิ ให้มีพื้นที่จำหน่ายสินค้า สร้างรายได้ และ เสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
สำหรับการจัดงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2569 แบ่งพื้นที่ออกเป็น 13 โซน มีร้านค้ารวมประมาณ 2,000 ร้าน ประกอบด้วยร้านค้านิสิต 238 ร้าน ร้านอาหารนิสิต 19 สโมสรนิสิต และได้รับการตอบรับจาก สถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศ 7 ประเทศ ได้แก่ ฮังการี รัสเซีย จีน ลาว ฟิลิปปินส์ บังคลาเทศ อินโดนีเซีย และหน่วยงานนานาชาติ 4 องค์กร ร่วมกิจกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนศิลปวัฒธรรมประจำชาติ สร้างความสัมพันธ์อันดี ตลอดจนนำผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของแต่ละประเทศ มาร่วมแสดงและจำหน่าย
นอกจากนี้ ทุกคณะและสถาบันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยังร่วมจัดแสดงผลงานและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ประชาชน ในโซน H บริเวณหน้าอาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ รวมถึงพื้นที่ของคณะต่าง ๆ ตลอดเส้นทางการจัดงาน นับเป็นการพลิกฟื้นบรรยากาศเกษตรแฟร์แบบดั้งเดิม เปิดโอกาสให้ประชาชนได้สอบถามแลกเปลี่ยนข้อมูลกับอาจารย์ นักวิจัย และนิสิตโดยตรง
ภายในงานยังมีกิจกรรมประกวดและการแสดงหลากหลาย อาทิ การประกวดวาดภาพ ระดับอนุบาลหัวข้อ “โลกใต้ทะเล” ระดับประถมศึกษาหัวข้อ “การประมงคืนชีวิตด้วยพระราชกรณียกิจพระพันปีหลวง” การประกวดแข่งขันตัดแต่งขนสุนัข การแสดงสุนัขทหารจากกองร้อยปฏิบัติการพิเศษ 3 การประกวดแฟนซีสุนัข การประกวดปลากัดป่าสวยงาม การประกวดผลไม้ การประกวดจัดตู้พรรณไม้น้ำ การประกวดไม้ประดับ และการประกวดนวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบเกษตรฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน “เกษตรแฟร์ 2569” มหกรรมแห่งปีที่รวมองค์ความรู้ นวัตกรรม และสีสันของเกษตรไทย ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 7 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถติดตามรายละเอียดและแผนผังการจัดงานได้ที่แอปพลิเคชัน InsideKU ฟีเจอร์ “เกษตรแฟร์” ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ Android และ iOS