นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ว่า ธนาคารมุ่งมั่นที่จะยกระดับองค์กรภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่ “Beyond Housing Bank” หรือการเป็นมากกว่าธนาคารผู้ปล่อยกู้ โดยจะก้าวสู่การเป็น "Intelligent Sustainable Housing Companion" เพื่อนคู่คิดสำหรับการมีบ้านอย่างยั่งยืน,
เป้าหมายสำคัญคือการทำให้คนไทยมีบ้านได้ "ง่ายขึ้น" ผ่านการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) และการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) มาใช้ขับเคลื่อนองค์กร ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป
ปักธงปี 69 สินเชื่อใหม่ 2.42 แสนล้าน - คุม NPL ไม่เกิน 5.11%
สำหรับเป้าหมายทางการเงินใน ปี 2569 ธอส. ได้วางกรอบการดำเนินงานที่ท้าทาย โดยตั้งเป้าสินเชื่อปล่อยใหม่ (New Loan) อยู่ที่ 242,989 ล้านบาท เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยสินเชื่อคงค้าง (Outstanding Loan) คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.96 ล้านล้านบาท ซึ่งใกล้แตะระดับ 2 ล้านล้านบาทในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ ธอส. จะยังคงให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง โดยตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อวงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวนกว่า 125,762 ราย คิดเป็น 65% ของสินเชื่อทั้งหมด ซึ่ง ธอส. ถือเป็นผู้นำในตลาดดังกล่าวอยู่แล้ว
ขณะที่ตั้งเป้าควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไว้ที่ระดับไม่เกิน 5.11% ซึ่งถือเป็นระดับที่บริหารจัดการได้ ภายใต้สถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่ยังกดดัน
จับตาปี 69 เศรษฐกิจโตต่ำ - หนี้ครัวเรือนค้ำคอ
นายมหัทธนะ กล่าวว่า ความท้าทายทางเศรษฐกิจ ปี 2569 ที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดใน 5 เรื่อง ได้แก่
1. การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) คาดว่าจะขยายตัวเพียง 1.5-2.3% ซึ่งสะท้อนความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย
2. ภาวะหนี้ครัวเรือน ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลกดดันกำลังซื้อและความสามารถในการกู้ของประชาชน ทำให้ยอดการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ในตลาดยังคงสูง
3. ทิศทางอัตราดอกเบี้ยยังมีแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง แม้จะเป็นผลดีต่อผู้กู้ แต่ธนาคารต้องบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน (Cost of Fund) และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอย่างระมัดระวัง
นายมหัทธนะ กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมีอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นต่ำที่สุดในตลาดอยู่ที่ 1.54% ต่อปี สำหรับโครงการกลุ่ม Social หรือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งถือเป็นเรตที่จูงใจและช่วยแบ่งเบาภาระการผ่อนชำระได้เป็นอย่างดี
“ซึ่งหากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ธอส. ก็พร้อมที่จะปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงตามทันที เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน”
4. การแข่งขันที่ดุเดือด นอกจากการแข่งขันแย่งชิงลูกค้าชั้นดีในกลุ่มธนาคารพาณิชย์แล้ว ยังมีผู้เล่นรายใหม่ทั้ง Virtual Bank และ Non-bank เข้ามาในตลาด
5. ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ (Cyber Risk) ภัยคุกคามทางเทคโนโลยีและการโจรกรรมข้อมูลเป็นสิ่งที่ธนาคารให้ความสำคัญสูงสุด
ขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 5 เสาหลัก
โดย ธอส. พร้อมต่อยอดพันธกิจขององค์กรสู่การเป็นเพื่อนคู่คิดที่อยู่เคียงข้างกันตั้งแต่วันแรกของการมีบ้าน ดูแลลูกค้าและเติบโตไปด้วยกัน มุ่งการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Intelligent Sustainable Housing Companion เพื่อทำให้คนไทยมีบ้านง่ายขึ้น ด้วยดิจิทัล ดาต้า ภายใต้กรอบความเสี่ยงและสนับสนุนเสถียรภาพ ภาคอสังหาริมทรัพย์ ผ่านการวางยุทธศาสตร์ 5 เสาหลัก (5 Strategic Pillars) ดังนี้
1.) Immediate-to-Home ปฏิรูปกระบวนการยื่นกู้ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร – ยื่นกู้ – ประเมินราคาหลักทรัพย์ - อนุมัติ – จนถึงจดจำนองให้ "เร็วกว่า ง่ายกว่า แบบไร้ขีดจำกัด" ผ่านระบบ End-to-End
2.) Smart Growth บริหารสินทรัพย์อย่างมีคุณภาพด้วย Digital Driven ใช้ข้อมูลวิเคราะห์เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ให้ตรงจุดก่อนเป็น NPL
3.) Customer Obsession เข้าใจลูกค้าผ่าน Big Data เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์แบบ Hyper-Personalization ที่ "รู้ใจ ถูกที่ ถูกเวลา"
4.) Digital Transformation นำ AI และ Automation มาใช้ในระบบตรวจสอบเอกสารและประเมินความเสี่ยง เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์
5.) People First พัฒนาทักษะดิจิทัลให้พนักงาน (Empower People) เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
"ทั้ง 5 เสาหลักนี้จะขับเคลื่อนให้ ธอส. สามารถอัดฉีดเม็ดเงินสินเชื่อใหม่ลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมาย 242,989 ล้านบาทในปี 2569 เพื่อตอกย้ำการเป็นธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้านอย่างยั่งยืน" นายมหัทธนะ กล่าว