ผู้สื่อข่าวจังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เป็นประธานการประชุมร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อขับเคลื่อนงานจราจรและเตรียมความพร้อมศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วง “7 วันอันตราย”
ในการประชุมได้นำสถิติอุบัติเหตุของ สภ.เมืองพิษณุโลก ตลอดปี 2568 มาใช้เป็นฐานข้อมูลวางมาตรการเชิงรุก พบว่าเกิดอุบัติเหตุรวม 70 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 76 ราย แยกเป็นชาย 57 ราย หญิง 19 ราย โดยยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือรถจักรยานยนต์ 63 คัน คิดเป็น 53.8% และผู้เสียชีวิตที่ไม่สวมหมวกนิรภัยสูงถึง 59 ราย สาเหตุสำคัญมาจากการขับรถเร็วและการดื่มแล้วขับ
กลุ่มอายุที่เสียชีวิตมากที่สุดคือช่วงอายุ 26–30 ปี คิดเป็น 17.9% รองลงมาคือกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป 11.6% ขณะที่สถิติคดีเมาแล้วขับตลอดปี 2568 อยู่ที่ 42 คดี และมีผู้ตรวจพบแอลกอฮอล์เกินกฎหมาย (มากกว่า 60 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) 13 ราย
นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน โดยผู้บริหารจาก บริษัทมาดามฟิน มอบหมวกนิรภัยจำนวน 200 ใบ มูลค่า 50,000 บาท เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนและผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในพื้นที่ เสริมการรณรงค์สวมหมวกกันน็อก ลดการสูญเสียชีวิต
ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจได้กำหนด 5 เส้นทางหลักที่ต้องเฝ้าระวังการจราจรหนาแน่นและเข้มงวดเป็นพิเศษ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้แก่
ทางหลวงหมายเลข 1 นครสวรรค์ – ตาก ระยะทาง 258 กิโลเมตร
ทางหลวงหมายเลข 11 นครสวรรค์ – อุตรดิตถ์ ระยะทาง 313 กิโลเมตร
ทางหลวงหมายเลข 12 เพชรบูรณ์ – ตาก ระยะทาง 503 กิโลเมตร
ทางหลวงหมายเลข 21 สระบุรี – หล่มสัก ระยะทาง 181 กิโลเมตร
ทางหลวงหมายเลข 117 นครสวรรค์ – พิษณุโลก ระยะทาง 153 กิโลเมตร
ทั้ง 5 เส้นทางนี้เป็นเส้นทางสายหลักเชื่อมภาคเหนือ–ภาคกลาง และเป็นเส้นทางผ่านจังหวัดพิษณุโลกที่มีปริมาณรถเพิ่มสูงในช่วงเทศกาล เจ้าหน้าที่จะเพิ่มกำลังตำรวจจราจร ตั้งจุดตรวจ จุดพักรถ และใช้กล้องตรวจจับความเร็ว เพื่อควบคุมความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ
พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ย้ำว่า การนำสถิติการสูญเสียในปี 2568 มาถอดบทเรียน จะช่วยให้การบริหารจัดการช่วง “7 วันอันตราย” ปีใหม่ 2569 มีความเข้มข้นและตรงจุด เพื่อให้การเดินทางของประชาชนในพิษณุโลกและผู้ใช้เส้นทางผ่านจังหวัดเป็นไปอย่างปลอดภัยมากที่สุด
พิษณุโลก/ศริตวรรธน์ อัครชินพรรณ