ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
คอลัมนิสต์ประจำอปท.นิวส์ ย้อนกลับ
จีนจะรบไต้หวัน !
21 พ.ย. 2564

โลกของจีน : โดย ชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ

                                                  

จีนจะรบไต้หวัน !

 

เมื่อวันก่อนได้คุยกับผู้ประกอบการไทยท่านหนึ่งที่ทำการค้านำเข้า-ส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน เขาถามว่า จีนจะบุกไต้หวันจริงหรือ?

ถามกลับว่า ทำไมจึงคิดเช่นนั้น เขาตอบว่า เพราะตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านม ากระแสความขัดแย้งระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับไต้หวันดูจะรุนแรงมากขึ้น ถึงขนาดส่งเครื่องบินรบขึ้นบินข่มขู่กัน แถมยังมีมหาอำนาจตะวันตกอย่างสหรัฐอเมริกาประกาศจะเข้าร่วมวงด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ล่าสุดเขาได้ข่าวว่า รัฐบาลจีนประกาศให้ประชาชนตุนเสบียงอาหาร จึงเกิดข่าวลือกันมากว่า จีนอาจจะบุกไต้หวันในเร็ววันนี้ เพื่อเผด็จศึกไปจับ ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวันมาตบปาก เพราะชอบพูดท้าทายรัฐบาลปักกิ่งว่า เป็นรัฐอิสระไม่ได้ขึ้นกับจีนแผ่นดินใหญ่ เนื่องจากฝักใฝ่สหรัฐอเมริกา

ผมฟังแล้วก็คิดว่า ผู้ประกอบการไทยท่านนี้ก็ไม่ต่างกับคนอีกหลายสิบล้านคนทั่วโลกที่ติดตามข่าวสารที่เผยแพร่จากสื่อตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะข่าวสารที่ออกจากทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่มองจีนแผ่นดินใหญ่เป็นภัยคุกคามความมั่นคง และมองไต้หวันว่า เป็นดินแดนประชาธิปไตยที่ต้องโอบอุ้มคุ้มครอง ก็จะได้ข่าวสารในมุมมองหนึ่ง

แต่หากรับฟังข่าวจากที่ออกมาจากรัฐบาลปักกิ่ง ที่ยืนยันมาตลอดว่า เกาะไต้หวันคือมณฑลหนึ่งของจีน เฉกเช่นเดียวกับ “ฮ่องกง” ที่เป็นเขตปกครองพิเศษของจีนที่มิอาจประกาศตัวเป็นเอกราช และมองว่า สหรัฐอเมริกาคือชาติที่กลัวการสูญเสียความเป็นมหาอำนาจ คือชาติที่ชอบอ้างประชาธิปไตยที่แฝงด้วยเจตนารุกรานนานาประเทศเพื่อตักตวงเอาผลประโยชน์กลับสู่ดินแดนของตนเอง 

อีกทั้งสหรัฐอเมริกายังเคยตัวกับการยุแยงตะแคงรั่วชาติต่างๆ ให้เกิดความขัดแย้ง แทรกแซงให้เกิดสงครามเพื่อตนเองจะได้ค้า “อาวุธสงคราม” ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักทำเงินของอเมริกา 

ข่าวสารจากจีนแผ่นดินใหญ่ก็จะไปอีกทางหนึ่ง เช่นเดียวกับข่าวที่ออกจากกรุงไทเปภายใต้รัฐบาลพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าที่นำโดย ไช่ อิงเหวิน ซึ่งมีจุดยืนเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลปักกิ่ง ต่อต้านเผด็จการ ต่อต้านการรวมชาติ ก็จะนำเสนอไปอีกมุมมองหนึ่ง

สิ่งที่ผมตอบท่านไปคือ มุมมองในฐานะสื่อมวลชนที่เป็นกลาง และวิเคราะห์ด้วยเหตุและผล มองย้อนประวัติศาสตร์และคาดการณ์ถึงอนาคต ผมสรุปสั้นๆ ง่ายๆ ว่า ตราบใดที่ไต้หวันไม่ประกาศเอกราช จีนก็ไม่บุกไปทำสงคราม

เพราะถ้าจีนตั้งใจจะยกทัพบุกไต้หวันเพื่อควบรวมเป็นชาติเดียวกันโดยสมบูรณ์ จีนก็คงทำมานานแล้วโดยไม่รอมาถึง 72 ปี นับจากวันที่ เจียง ไคเชก นำพรรคก๊กมินตั๋งหนีพรรคคอมมิวนิสต์จีนไปตั้งรัฐบาลใหม่ที่ไต้หวัน

แม้ในรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนบัญญัติไว้ชัดเจนว่า “ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน การดำเนินการอันยิ่งใหญ่เพื่อให้ปิตุภูมิเป็นเอกภาพ เป็นภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ของประชาชนชาวจีนทั้งหมด รวมถึงพี่น้องชาติชาวไต้หวันด้วย” แต่ผู้นำจีนที่ผ่านมา ก็ไม่เคยคิดจะใช้ความรุนแรงในการควบรวมจีน

ในอดีตสหประชาชาติโดยการหนุนหลังของสหรัฐอเมริกาเคยรับรองรัฐบาลไต้หวัน แต่ 50 ปีมาแล้วที่สหประชาชาติเปลี่ยนมารับรองสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าคือ “จีนเดียว” ส่วนไต้หวันนั้น มีเพียง 17 ประเทศเล็กๆ ที่ให้การรับรองว่า เป็นเอกราช

ข่าวลือเรื่องการตุนอาหารนั้น แท้จริงคือ รัฐบาลจีนจะเริ่มใช้มาตรการเข้มงวดมากขึ้นในการควบคุมความปลอดภัยและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อนจะถึงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ครั้งที่ 24 ที่จะเริ่มในช่วงวันที่ 4-20 กุมภาพันธ์ 2022 ที่กรุงปักกิ่ง 

การที่จีนส่งฝูงบินรบกว่า 100 ลำขึ้นฟ้าไปโฉบเฉี่ยวใกล้น่านฟ้าไต้หวัน ผมเห็นว่า เป็นเพียง “แอร์โชว์” การแสดงแสนยานุภาพทางอากาศ เป็นการส่งสัญญาณทั้งต่อรัฐบาลไต้หวันที่จีนถือว่า เป็นเขตแดนของตน มิใช่การไปรุกรานชาติบ้านเมืองอื่น แต่ลึกๆ ก็เป็นการส่งสัญญาณต่อชาติมหาอำนาจผู้สนับสนุนไต้หวันว่า อย่ามายุ่ง

แนวทางของรัฐบาลปักกิ่งสะท้อนจากคำกล่าวของผู้นำจีนมาโดยตลอดว่า ต้องการนำไต้หวันกลับมาร่วมแผ่นดินใหญ่อย่างสงบสันติ เพราะพรรคก๊กมินตั๋งที่นำการแยกตัวในอดีตก็ไม่เคยปฏิเสธแผ่นดินแม่ ซ้ำยังเคยประกาศในปี 1991 ว่า “สงครามกับรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ได้ยุติลงแล้ว

อุปสรรคจริงๆ ของการรวมชาติจีน ก็คือมหาอำนาจตะวันตกที่ไม่ต้องการปล่อยให้จีนเติบใหญ่จนรั้งไม่อยู่ เมื่อไต้หวันเกิด ไช่ อิงเหวิน มาจุดประกายการไม่ยอมขึ้นกับจีน สหรัฐอเมริกาจึงถือโอกาสอุดหนุนเต็มที่ทั้งด้านการทูตและการทหารที่ทำให้จีนเคืองตา

ต้องยอมรับความจริงที่ว่า คนจีนที่เกิดในไต้หวันยุคหลัง ส่วนหนึ่งอาจจะปฏิเสธแผ่นดินใหญ่และเรียกตนเองว่าเป็น “คนไต้หวัน” ไม่ใช่ “คนจีน”  เช่นเดียวกับคนฮ่องกงส่วนหนึ่งที่ลุกขึ้นมาชุมนุมต่อต้านจีน กฎระเบียบอันเข้มงวดของจีน แล้วเรียกตนเองว่า “คนฮ่องกง” ไม่ใช่ “คนจีน” 

ในกรณีฮ่องกงรัฐบาลจีนก็ตอบผู้ประท้วงต่อต้านอย่างนุ่มนวลว่า หากไม่ต้องการเป็น “คนจีน” ก็ยินดีให้ออกไปเป็นคนของชาติอื่น

ในกรณีไต้หวันยังไปไม่ถึงขั้นนั้น แต่น่าสนใจว่า เมื่อไม่นานมานี้มีการเดินขบวนในไต้หวัน คนไต้หวันออกมารวมตัวกันเรียกร้องให้ทำการรวมชาติกับจีนโดยสันติ 

ไม่ว่าจะเป็นจีนแผ่นดินใหญ่หรือไต้หวัน แต่ก็เป็นจีนเหมือนกัน เคยเป็นเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง แต่ต้องแตกแยกเพราะสงครามกลางเมือง เพราะผู้นำการเมืองที่อยากเป็นใหญ่ อยากเป็นผู้ปกครองประเทศมากกว่าเป็นผู้ตาม ถูกต่างชาติเสี้ยม

การรบกันสมัยนี้มันง่ายไม่ต้องเสียเวลายกทัพ บก-เรือ-อากาศ หรือเกณฑ์ทหารให้เหนื่อยแรง แค่กดปุ่มส่งขีปนาวุธไปถล่มไม่กี่ลูกก็รู้แพ้ชนะได้ แต่ผลที่ออกมาอาจจะได้ไม่คุ้มเสียกับภาพความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน รวมไปถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ ความเชื่อมั่นในด้านความมั่นคง และยิ่งหากมีการแทรกแซงจากที่ชาติภายนอกที่จ้องหาจังหวะอยู่แล้ว สงครามที่เริ่มต้นง่ายๆ อาจจะบานปลายกลายเป็นเรื่องยากที่จบไม่ลง

ประเมินผลแล้วขู่กันไปขู่กันมาอย่างนี้ดีกว่า

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1-15 ธันวาคม 2564
อปท.เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
30 พ.ย. 2564
“บริการประชาชน” เป็นสิ่งที่หลายหน่วยงานจากภาครัฐพยายามแสดงจุดยืนอย่างแข็งขัน แต่ทว่า การดูแลประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ได้จบเพียงแค่นำเสนอโครงการหรือออกกฎมาตรการเท่านั้น แต่ต้องเป็นโครงการที่มีการนำเสนอความสร้างสรรค์เช่น การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใ...
หนังสือในเครือ
สุดยอดผู้นำท้องถิ่นแห่งปี 2558