ปากเสียงของ
คนท้องถิ่น
เพื่อการพัฒนาประเทศ
วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569
หน้าแรก
อปท. นิวส์
เกี่ยวกับอปท. นิวส์
โปรไฟล์ผู้บริหาร
ข่าวสาร
ข่าวเด่น / ไฮไลท์
ความสัมพันธ์ไทย - จีน และ เศรษฐกิจเพื่อนบ้าน
คอลัมนิสต์ / บทวิเคราะห์
สังคม / บุคคล
ท้องถิ่นไทย
ท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ
การเมือง / การปกครอง
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก
ธรรมาภิบาล
พลังงาน / สิ่งแวดล้อม
คุณภาพชีวิต
เศรษฐกิจชุมชน
เกษตรนำไทย
สื่อสาร - คมนาคม
ท่องเที่ยว
ข่าววงใน!!!
ปฏิทินข่าว
อปท.นิวส์โพล
ทั่วไป
ข่าวย้อนหลัง
วิดีโอ
ฉบับย้อนหลัง
สมัครสมาชิก
ติดต่อโฆษณา
ติดต่อเรา
ร่วมงานกับเรา
พลังงาน / สิ่งแวดล้อม
ย้อนกลับ
สทนช.ซ้อมแผนจัดการน้ำ ป้องกันน้ำท่วมเพชรบุรี
31 ส.ค. 2564
สทนช.ซ้อมแผนจัดการน้ำ - แก้สิ่งกีดขวางทางน้ำ ป้องกันน้ำท่วมเพชรบุรี หากเกิดพายุจรช่วง ก.ย.นี้ สทนช.ลงพื้นที่ จ.เพชรบุรี ตามข้อสั่งการ “พลเอก ประวิตร” ซ้อมแผนสกัดท่วมซ้ำรอย ตรวจความพร้อมโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่างระบายน้ำออกทะเล ย้ำหน่วยเกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำก่อนฝนหนักช่วงเดือน ก.ย.นี้ ชี้สถานการณ์น้ำเขื่อนแก่งกระจาน-ปราณบุรียังพร้อมรับฝนได้ พร้อมเร่งแผนป้องพื้นที่ท่วมซ้ำซากรอบ 25 ปี ตามแผนหลักการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ หรือ กอนช. ได้มอบหมายให้ ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำหลากในพื้นที่ จ.เพชรบุรี บริเวณคลองระบายน้ำ D9 ตำบลท่าคอย อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเพชรบุรี เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะ จ.เพชรบุรี ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหนักในช่วงปี 2559 – 2561 ซึ่งรัฐบาลได้สนับสนุนแผนงานโครงการแก้ไขปัญหาในพื้นที่เร่งด่วน ภายใต้โครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ใช้แนวทางระบายน้ำออกทะเลอ่าวไทยให้เร็วที่สุด ซึ่งในฤดูฝนปี 2563 ที่ผ่านมาตัวเมืองเพชรบุรีไม่ได้รับกระทบจากน้ำท่วมแต่อย่างใด โดยกรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำผ่านคลองระบายน้ำ D9 ที่เป็นองค์ประกอบหนึ่งของโครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่างฯ ช่วยตัดมวลน้ำส่วนหนึ่งจากคลองชลประทานสาย 3 และหน่วงน้ำหน้าเขื่อนเพชร เมื่อน้ำถูกผันลัดเข้าสู่คลองระบายน้ำ D9 จะไหลลงทะเลอ่าวไทย ระยะทางน้ำประมาณ 20 กิโลเมตร ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการซักซ้อม 10 มาตรการรับมือสถานการณ์ฝนตกหนัก หรือหากมีพายุจรเข้ามาในพื้นที่ ทั้งแผนบริหารการน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ ซึ่งปัจจุบันพบว่าแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่งในลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบฯ ยังสามารถรองรับน้ำฝนได้อีกมาก ได้แก่ เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 434 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 61% ของความจุ ส่วนเขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปริมาณน้ำ 208 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 53% ของความจุ เร่งแก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และสร้างความเข้าใจกลุ่มผู้ใช้น้ำ ผู้นำท้องถิ่น เพื่อแจ้งเตือน เฝ้าระวัง สถานการณ์น้ำล่วงหน้า ที่จะช่วยลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) จะติดตามประเมินสถานการณ์ฝนในพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบฯ เพื่อประสานแจ้งหน่วยงานระดับพื้นที่อย่างใกล้ชิดด้วย ซึ่งคาดว่าในเดือนกันยายนจะมีปริมาณฝนตกเพิ่มมากขึ้นได้เช่นกัน ขณะเดียวกัน สทนช.จะเร่งรัดแผนงานโครงการปรับปรุงคลองระบายน้ำ D1 และคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา RMC1 พร้อมอาคารประกอบ ซึ่งช่วยเพิ่มการระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยรวมทั้งสิ้น 550 ลบ.ม./วินาที นอกเหนือจากการใช้คลอง D9 เพียงเส้นทางเดียวที่อาจมีข้อจำกัดที่อาจระบายน้ำไม่ทันเมื่อมีปริมาณน้ำมาก ซึ่งกรมชลประทานมีแผนดำเนินการในปี 2566-2569 เบื้องต้นอยู่ในช่วงของการสำรวจออกแบบ ถ้าดำเนินการคลอง D1 ได้ ก็จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของจังหวัดเพชรบุรีได้อย่างยั่งยืน รวมถึงงานเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของเขื่อนแก่งกระจาน และเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ประจันต์ ซึ่งสอดคล้องกับผลโครงการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์และแผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อย่างยั่งยืน อาทิ ต้องเพิ่มช่องทางระบายน้ำเพื่อผันน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีลงสู่ทะเล ปรับปรุงสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพิ่มความจุและปรับปรุงอาคารระบายน้ำล้นเขื่อนแก่งกระจาน ติดตั้งสถานีอัตโนมัติวัดน้ำฝนและน้ำท่าในพื้นที่ต้นน้ำ ใช้มาตรการผังเมือง เป็นต้น “จากผลการศึกษาพบว่าแผนงาน/โครงการในแผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี มีทั้งสิ้น 2,428 โครงการ แบ่งเป็น เป็นแผนงาน/โครงการที่ดำเนินการแล้วระหว่างปี 2561-2564 รวม 685 โครงการ เก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้น 142 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ได้รับประโยชน์ 61,275 ไร่ ยังคงเหลือที่จะต้องดำเนินการในระยะถัดไประหว่างปี 2565-2580 อีก 1,743 โครงการ เก็บกักน้ำเพิ่มขึ้น 455 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 360,000 ไร่ โดยมีเป้าหมายสำคัญ อาทิ การพัฒนาด้านการจัดการน้ำอุปโภค-บริโภค เพิ่มพื้นที่ชลประทานและพื้นที่เกษตรน้ำฝน อนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำ รวมถึงการพัฒนาด้านการจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย และป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจที่รอบปีการเกิดซ้ำ 25 ปีด้วยเช่นกัน”ดร.สมเกียรติ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตัวแทนรัฐ – เอกชนชั้นนำของ...
14 ม.ค. 2569
ปลัด ทส. สั่งเดินหน้าปราบป...
10 ก.พ. 2569
กปภ.ชวนจ่ายบิลค่าน้ำที่โลต...
29 ม.ค. 2569
‘ปูนซีเมนต์นครหลวง’ จับมือ...
30 ม.ค. 2569
ผวจ.สกลนคร ประกาศชัดเจน ห้...
03 ธ.ค. 2568
กาญจนบุรี - ฮือฮา อุทยานแห...
21 พ.ย. 2568
หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
ฉบับที่ 469 ปักษ์แรก
วันที่ 1 - 15 กุมภาพันธ์ 2569
อปท.นิวส์
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก
ดูทั้งหมด
ดร.นพ.นวมินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ (หมอบอส) จากคุณหมอนักวิจัย สู่ สนามการเมือง
03 ก.พ. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 469 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะว่าไปแล้ว เราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหลายด้านอยู่มิใช่น้อย โดยเฉพาะกับตัวของนักการเมืองที่ขันอาสาเข้ามารับใช้ประชาชน เพราะหากลองส่อ...