ปัญหาสุขภาพจิตเด็ก ยก “ซึมเศร้า” ภัยเงียบที่ต้องเร่งแก้ไขสุขภาพจิตและภาวะซึมเศร้าในกลุ่มนักเรียนและเยาวชนไทยกำลังวิกฤต และมีอัตราวัยรุ่นเผชิญภาวะเครียดสะสมสูง จำเป็นต้องเร่งหามาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ย้ำ โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับนักเรียน
เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 69 ที่ ห้องประชุมสำนักช่าง อบจ.นครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา เป็นประธานประชุมผู้อำนวยการสถานศึกษาและครูแกนนำ รร.สังกัดฯ ทั้ง 58 แห่ง พร้อมเปิดเวทีถกปัญหาสุขภาพจิตในนักเรียน โดยมี นายธนากร ประพฤทธิพงษ์ รองนายก อบจ. กำกับดูแลด้านการศึกษา นพ.สุผล ตติยนันทพร รองนายก อบจ. กำกับดูแลด้านสาธารณสุข นอกจากนี้ได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา นพ.ชวิศ เมธาบุตร รองนายแพทย์ สสจ. ร่วมพูดคุยแนวทางในการสร้างเกราะป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในวัยเรียน เพื่อดำเนินการหามาตรการดูแลสุขภาพจิต ให้แก่นักเรียนของโรงเรียนในสังกัด ทั้ง 58 แห่ง โดยที่ผ่านมา ได้สั่งการให้ สำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และกองสาธารณสุข ร่วมกันดำเนินการภายใต้โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE รวมถึง การอบรมให้ความรู้แก่นักเรียนเพื่อเป็นเกราะป้องกันภาวะซึมเศร้า ครูต้องสร้างการมีส่วนร่วมในการคัดกรองนักเรียนและจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการป้องกันภาวะซึมเศร้า สร้างเครือข่ายครูแกนนำ เฝ้าระวังและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตนักเรียน นอกจากนี้ บุคลากรด้านสาธารณสุข ก็มีส่วนสำคัญในการดำเนินงาน ซึ่ง อบจ.นครราชสีมา มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัด จำนวน 182 แห่ง โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการฯ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรอง ให้คำปรึกษา และเฝ้าระวังป้องกันภาวะซึมเศร้าในกับนักเรียนรวมไปถึงคนในชุมชนอย่างเป็นระบบ
นางยลดา เผยว่าจากที่ได้รับรายงานผลการคัดกรองภาวะซึมเศร้าในนักเรียน ช่วงปีการศึกษา 2569 มีนักเรียนสมัครใจเข้ารับการคัดกรอง จำนวน 10,837 ราย จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด 29,782 ราย พบว่า มีภาวะซึมเศร้าระดับรุนแรง 246 ราย ระดับมาก 580 ราย ระดับปานกลาง 1,599 ราย ระดับเล็กน้อย 3,787 ราย และ ไม่พบภาวะซึมเศร้า 4,625 ราย โดยได้เน้นย้ำผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่งต้องดำเนินการเฝ้าระวังตรวจคัดกรองนักเรียน ยึดตามมาตรการเร่งด่วนในการดูแลสุขภาพจิตนักเรียนและ ความปลอดภัยในโรงเรียน พร้อมทั้งหาแนวทางการป้องกัน รับมือเหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งการรับมือกับปัญหานี้ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย แต่ต้องเริ่มจากการสร้างระบบเฝ้าระวังสุขภาพจิต การรับมือกับการกลั่นแกล้งในโรงเรียน การสร้างช่องทางให้เยาวชนเข้าถึงการขอความช่วยเหลือได้โดยที่เขารู้สึกปลอดภัย