ศาสตราจารย์จาง ตี้ ( Zhang Di ) จากสถาบันวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ( School of Journalism and Communication ) มหาวิทยาลัยเหรินหมินแห่งประเทศจีน (Renmin University of China) และผู้อำนวยการบริหาร Global Opinion Research Center บรรยายพิเศษในหัวข้อ “คุณค่าของวัฒนธรรมจีนต่อโลก: แนวคิด คุณค่าทางวัฒนธรรม มรดกที่จับต้องได้ และเสียงสะท้อนจากทั่วโลก” ( Chinese Culture and Its Value to the World: Values, Artifacts, and the Evidence of Global Opinion ) เพื่อการทำความเข้าใจประเทศจีนในศตวรรษที่ 21 ไม่สามารถมองเพียงเศรษฐกิจหรือเทคโนโลยี แต่ต้องทำความเข้าใจ “คุณค่าทางวัฒนธรรม” ที่เป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศควบคู่กัน
ศ.จาง กล่าวว่า แม้โลกภายนอกจะรับรู้จีนผ่านนวัตกรรม รถยนต์ไฟฟ้า อีคอมเมิร์ซ หรือปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียง “ผลลัพธ์” ของระบบคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สั่งสมมายาวนาน ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
คุณค่าทางวัฒนธรรม สำคัญกว่าสิ่งที่มองเห็น
ศ.จาง อธิบายว่า การศึกษาวัฒนธรรมต้องแยกความแตกต่างระหว่าง “คุณค่าทางวัฒนธรรม” (Values) กับ “สิ่งสะท้อนทางวัฒนธรรม” (Artifacts) เช่น สถาปัตยกรรม อาหาร เครื่องแต่งกาย หรือเทคโนโลยี
แม้สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผู้คนรับรู้วัฒนธรรมของประเทศหนึ่งได้ แต่สิ่งที่กำหนดวิธีคิดและพฤติกรรมของสังคม คือคุณค่าที่อยู่เบื้องหลัง
ยกตัวอย่างการเดินเข้าไปในบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง เพียงเห็นการจัดพื้นที่สำนักงานหรือบรรยากาศการทำงาน ก็สามารถสะท้อนวัฒนธรรมองค์กรได้ว่าเปิดกว้างต่อความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเพียงใด
“ความกลมกลืนโดยไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน”
ศ.จาง ระบุว่า วัฒนธรรมจีนมีคุณค่าหลักหลายประการที่ยังคงส่งอิทธิพลต่อสังคมจีนในปัจจุบัน ได้แก่
* ความเป็นมนุษย์ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน
* การประพฤติตนตามบทบาทและกาลเทศะ
* แนวคิด “Harmony without Uniformity” หรือ “ความกลมกลืนโดยไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน”
* หลักทางสายกลางและความยืดหยุ่นในการตัดสินใจ
* การให้ความสำคัญกับครอบครัวในฐานะหน่วยพื้นฐานของสังคม
* แนวคิด “เทียนเซี่ย” ที่มองโลกผ่านความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนมากกว่าพรมแดนทางการเมือง
โลกปัจจุบันมีความหลากหลายทั้งด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม จึงไม่อาจคาดหวังให้ทุกประเทศใช้คุณค่าเดียวกันได้ สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความเข้าใจและการเคารพความแตกต่าง
ภูมิประเทศหล่อหลอมวัฒนธรรม
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือบทบาทของ ภูมิอากาศและภูมิประเทศ ที่มีต่อการสร้างวัฒนธรรม
ศ. จาง อธิบายว่า ประเทศจีนมีพื้นที่เพาะปลูกที่จำกัดเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร ทำให้ผู้คนต้องพึ่งพาความขยัน ความร่วมมือ และการบริหารทรัพยากรเพื่อความอยู่รอด ซึ่งกลายเป็นรากฐานของค่านิยมในสังคมจีน
พร้อมยกตัวอย่างงานวิจัยที่พบว่า ภาคใต้ของจีนซึ่งปลูกข้าว มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีมมากกว่าภาคเหนือที่ปลูกข้าวสาลี ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือน้อยกว่า
ผลสำรวจชี้ โลกสนใจจีนมากขึ้น แต่ยังเข้าใจไม่เพียงพอ
ศ.จาง อธิบายผลสำรวจความคิดเห็นจากหลายประเทศ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากสนใจเรียนรู้วัฒนธรรมจีน และหลังเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ระดับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนไม่น้อยที่ยอมรับว่า แม้จะสนใจจีน แต่ยังเข้าใจวัฒนธรรมจีนไม่มากนัก สะท้อนช่องว่างระหว่าง “ความสนใจ” กับ “ความเข้าใจ”
เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ดังกล่าว ศ.จาง อ้างถึงแนวคิด Orientalism ซึ่งอธิบายการสร้างภาพแทนของโลกตะวันออกผ่านมุมมองของโลกตะวันตก รวมถึงแนวคิด Self-Orientalism ที่บางครั้งประเทศในโลกกำลังพัฒนาก็นำภาพจำเหล่านั้นกลับมานิยามตนเอง
ภาพจำของจีนกำลังเปลี่ยน
ผลสำรวจยังพบว่า เมื่อผู้คนทั่วโลกนึกถึงประเทศจีน สิ่งแรกที่ถูกกล่าวถึงยังคงเป็น กำแพงเมืองจีน และ อาหารจีน
สัญลักษณ์ของจีนยุคใหม่ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน โทรศัพท์มือถือ อีคอมเมิร์ซ และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ได้รับการกล่าวถึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ในประเทศแอฟริกา ผู้คนมักเชื่อมโยงจีนกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี ขณะที่บางประเทศยังคงจดจำจีนผ่านมรดกทางวัฒนธรรมและอารยธรรมโบราณ
เทคโนโลยีคือหน้าต่างสู่ความเข้าใจจีน
ศ.จาง กล่าวว่า เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้โลกเข้าใจจีนยุคใหม่มากขึ้น
ผู้บรรยายยกตัวอย่างการใช้ โดรน ขนส่งสินค้าไปยังยอดเขาไท่ซานในมณฑลซานตง แทนการใช้แรงงานคนแบกเสบียงขึ้นเขาเช่นในอดีต ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และลดความเสี่ยงในการทำงาน
นอกจากนี้ จีนยังประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในด้านความปลอดภัย การคมนาคม และการให้บริการสาธารณะอย่างกว้างขวาง ซึ่งสะท้อนการผสานนวัตกรรมเข้ากับวิถีชีวิตของประชาชน
อุตสาหกรรมบันเทิงจีนก้าวสู่ยุค AI
น.ส.มณีนาถ อ่อนพรรณา ผู้สื่อข่าวจากประเทศไทย สอบถามถึงแนวทางการเผยแพร่วัฒนธรรมร่วมสมัยของจีนผ่านอุตสาหกรรมบันเทิง
ศ.จาง อธิบายว่า แม้อุตสาหกรรมภาพยนตร์และซีรีส์ของจีนจะเคยได้รับอิทธิพลจากฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่ปัจจุบันจีนได้พัฒนารูปแบบคอนเทนต์ของตนเอง โดยเฉพาะ ซีรีส์ขนาดสั้น (Short Video Drama) ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วทั้งในจีนและต่างประเทศ
พร้อมระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลิตคอนเทนต์รูปแบบใหม่ และอาจกลายเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของจีนในอนาคต
วัฒนธรรมคือรากฐานของการพัฒนา
ศ.จาง ทิ้งท้ายว่า การทำความเข้าใจจีนในโลกยุคใหม่ จำเป็นต้องมองทั้ง “วัฒนธรรม” และ “เทคโนโลยี” ไปพร้อมกัน เพราะความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ นวัตกรรม และการพัฒนาสังคมของจีน ล้วนมีรากฐานมาจากคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สั่งสมผ่านประวัติศาสตร์อันยาวนาน
และย้ำว่า การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างวัฒนธรรมจะช่วยลดอคติ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของผู้คนในโลกที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น.