บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (Amata B.Grimm Power ) ในกลุ่มบริษัทบี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIMร่วมลงนามสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าฉบับแก้ไขเพิ่มเติมโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ (Solar Floating) กับบริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอนซูมเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น5.46 เมกะวัตต์พีค (MWp) กำหนดเปิดดำเนินการซื้อขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD)วันที่ 30 กรกฎาคม 2569
นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซียและโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด ในกลุ่มบริษัท บี.กริมเพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานสะอาดในประเทศไทยที่มุ่งพัฒนาและดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและพลังงานความร้อนร่วมเพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานของภาคอุตสาหกรรมและชุมชนอย่างยั่งยืนร่วมกับ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอนซูมเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย)จำกัด หรือ MCP ผู้ผลิตและส่งออกเครื่องปรับอากาศคุณภาพสูงภายใต้แบรนด์“มิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม” สำหรับบ้านเรือน, อาคารสำนักงานและภาคอุตสาหกรรม ได้ร่วมผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและทิศทางการพัฒนาพลังงานของประเทศและตอบโจทย์แผนระยะยาวของ บี.กริม เพาเวอร์ ก้าวสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานสะอาด และผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลก
ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนลงทุนระยะ 5 ปี (2569–2573)ของ บี.กริม เพาเวอร์ มูลค่ารวมกว่า 7 หมื่นล้านบาท โดย 93%ของทุนบริษัทจะทุ่มลงในพลังงานหมุนเวียน ทั้ง Solar Floating, Rooftop Solar,พลังงานน้ำ และระบบกักเก็บพลังงาน (BESS)พร้อมตั้งเป้าปรับสัดส่วนพลังงาน หมุนเวียนเป็นมากกว่า 50 เปอร์เซ็นของพอร์ตโฟลิโอ ภายในปี 2573 ตามยุทธศาสตร์ GreenLeap – Global and Greenพร้อมมุ่งสู่ Net-Zero Carbon Emissions ภายในปี 2593และช่วยสนับสนุนนโยบายของ MCP ในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี2573 (Carbon Neutrality 2030)
นายสาโรช อรุณไพโรจน์กุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานลูกค้าอุตสาหกรรมสัมพันธ์และปฏิบัติการโรงไฟฟ้า บริษัท บี.กริมเพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า จากสัญญาฉบับแรก บริษัทมิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอนซูมเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัดได้แสดงความสนใจในพลังงานสะอาดและได้ลงนามในสัญญาซื้อขาย Green Energy กับบริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด ไปเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสีเขียวของโรงงาน อย่างไรก็ตามด้วยความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดให้สูงสุดจึงได้ตัดสินใจขยายปริมาณการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าจากโครงการ Solar Floatingในครั้งนี้ โดยความร่วมมือดังกล่าวไม่เพียงแต่ตอกย้ำความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งระหว่างสองบริษัทแต่ยังเป็นแบบอย่างที่ดีในการผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและทิศทางการพัฒนาพลังงานของประเทศ
ด้าน Mr. Katsuaki Nakagawa ประธานบริษัท บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริคคอนซูมเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า MCPมีความมุ่งมั่นในการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่องโดยบริษัทฯ ได้เริ่มติดตั้งระบบ Solar Rooftopเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองภายในโรงงาน และความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดจากโครงการSolar Floating ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ MCPในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรมตลอดจนสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯMCP มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ บริษัท อมตะ บี.กริมเพาเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านพลังงานสะอาดที่มีศักยภาพ
ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยสนับสนุนเป้าหมายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของMCP แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของบริษัทฯในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำและอนาคตแห่งพลังงานที่ยั่งยืน”
เกี่ยวกับบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)บี.กริม เพาเวอร์ คือบริษัทพลังงานชั้นนำของไทยที่ดำเนินธุรกิจในหลากหลายภูมิภาคทั่วโลกมุ่งมั่นสร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารีโดยมุ่งเน้นพัฒนาพลังงานสะอาด และพลังงานหมุนเวียนรวมถึงบริการด้านโครงสร้างดิจิทัล เชื่อมโยงโลกสู่อนาคตแห่งพลังงานยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและชุมชน
ในการสร้างคุณค่าให้กับทุกพื้นที่ที่เราดำเนินธุรกิจพร้อมเดินหน้าสู่องค์กรปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050
เกี่ยวกับบริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอนซูมเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย)จำกัดMCP ในฐานะผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศชั้นนำมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้นโยบายด้านความยั่งยืนของกลุ่มมิตซูบิชิ อีเล็คทริคโดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดกระบวนการผลิตพร้อมมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในโรงงานและสำนักงานภายในปีงบประมาณ2030