ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง สวนสมุนไพรหมอเณร ในอำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี พบกับนายชัยรัตน์ นนท์ชัย หรือหมอเณร ผู้โด่งดังในเรื่องการใช้สมุนไพรไทย รักษาโรคร้าย เป็นที่รู้จักทั้งในสื่อต่างๆ และโลกโซเชียล นายชัยรัตน์ หรือหมอเณร จะพูดย้ำตลอดกับผู้ไปรักษารับยาสมุนไพร ว่าเป็นศาสตร์โบราณนับพันปี สมัยองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ตรัสรู้เข้าถึงโรคร้ายๆ หรือพระฤษีนารายณ์ นารอด ในยุคนั้นท่านได้ถอดจิตเพื่อเข้าถึงการรักษาโรคร้าย และโรคเรื้อรังอย่างลึกซึ้งแท้จริง แล้วจึงนำมาเขียนไว้เป็นคัมภีร์ตำราโบราณทิ้งไว้ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้สืบทอด ได้ศึกษาเรียนรู้ เรื่องในการรักษาโรคร้ายๆ ด้วยสมุนไพรหายได้โดยมนุษย์ไม่ต้องมีการผ่าตัด ซึ่งคัมภีร์นี้ตนเองก็ได้ศึกษาเล่าเรียนมาตั้งแต่เป็นเณร สืบทอดมาจากบรรพบุรุษที่ให้ไว้ และไม่ว่าโรคร้ายๆ เช่นโรค HIV หรือโรคเอดส์ โรคโควิด 19 โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง ฯลฯ. หายได้หากใช้ยาสมุนไพรไทย ซึ่งต่างจากแพทย์แผนปัจจุบัน โดยศาสตร์นี้ได้ศึกษา เกี่ยวกับองค์ประกอบของมนุษย์ ประกอบด้วยธาตุทั้ง 4 คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ มนุษย์จะมีชีวิตอยู่ได้ ดังนั้นร่างกายจะต้องมีภูมิคุ้มกันโรค แต่ละโรคได้ เพราะธาตุในตัวคนแต่ละคนธาตุจะแตกต่างกัน ดังนั้นการรักษาจะต้องรู้จริง ว่าผู้ป่วยรายนั้นต้องใช้สมุนไพรตัวใด เพื่อสร้างไฟธาตุ เพราะไฟธาตุของแต่ละคน แต่ละโรคไม่เหมือนกัน หากไม่ชำนาญการรักษาอาจจะเกิดโทษถึงขั้นเสียชีวิตได้ดังนั้นแพทย์แผนปัจจุบันท่านเรียนมาในทางของท่านแต่ไม่สามารถเรียนรู้เรื่องธาตุทั้ง 4 ได้เพราะการวิจัยเข้าไปไม่สามารถเข้าไปถึง ไม่สามารถเห็นธาตุทั้ง 4 ได้ มีแค่คัมภีร์โบราณที่สืบทอดต่อกันมานับพันปีขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือพระฤษีนารายณ์ นารอด เท่านั้นที่เขียนทิ้งไว้แก่ชนรุ่นหลังได้ศึกษาสืบทอดกันมา
นายชัยรัตน์ หรือ หมอเณรจะพูดย้ำกับผู้ป่วยที่ไปใช้สมุนไพรรักษาว่ามนุษย์ที่ป่วยเป็นเพราะจึงไม่มีภูมิคุ้มกัน ขาดไฟธาตุ มันจึงป่วย แล้วเกิดโรคร้ายตามมา และในยุคปัจจุบัน โลกเปลี่ยนแปลงไปมาก สิ่งแวดล้อมก็เปลี่ยนไป อากาศจึงเปลี่ยนไป โรคร้ายๆ มันก็พัฒนาตัวของมันไปได้รวดเร็ว บางคนที่รับยาเข้าไปแล้ว เชื้อโรคมันก็พัฒนาต่อไป แต่สมุนไพร ไม่เกิดผลข้างเคียงแก่ผู้รักษา ดังนั้นผู้ที่รักษาจะต้องรู้ เข้าถึงไฟธาตุ ของแต่ละคน การรักษาส่วนใหญ่ รักษาตามอาการของโรคไม่ได้เข้าถึงธาตุไฟ เมื่อรับยาเข้าไปมันจึงไม่หายขาด บางรายมีอาการกำเริบมากขึ้นจนต้องสูญเสียอวัยวะบางส่วน หรือขั้นเสียชีวิตได้ แต่ในคัมภีร์โบราณ การรักษาจะต้องเข้าถึงสัญชาตญาณ เข้าถึงโรคในตัวผู้ป่วยนั้นๆ อย่างแท้จริง จึงจะสามารถรักษาหายได้โดยไม่เกิดผลข้างเคียงตามมากับผู้ป่วยจึงหายและรอดชีวิต เพราะตัวยาสมุนไพรฯประกอบด้วยตัวยาหลายชนิด ไม่ใช่เพียงแค่ต้นสมุนไพร เพียงอย่างเดียว ต้องมีส่วนประกอบอื่นๆเช่น อวัยวะของสัตว์ต่างๆ มาเป็นส่วนผสมตามที่คัมภีร์โบราณที่จารึกไว้ ซึ่งตัวยาจากสัตว์บางชนิดหายาก รวมถึงมีราคาที่แพงมาก ซึ่งโรคร้ายที่เป็นก็สามารถหยุดโรคร้าย ทำให้มีชีวิตอยู่ได้ เรื่องนี้หมอเณรบอกว่าต้องการผู้สนับสนุน ส่งเสริมการใช้สมุนไพรไทย เพื่อจะสามารถช่วยดูแลมนุษยชาติให้อยู่คู่แผ่นดินไทย ผู้ป่วยไม่ต้องไปสูญเสียอวัยวะบางส่วนของร่างกาย ตนเองอยากจะพบเจอผู้ที่ตั้งใจจริงเข้ามาสนับสนุนผลักดันยาสมุนไพรนี้ เพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยและมวลมนุษยชาติต่อไป
โอกาสนี้มีอดีตผู้นำท้องถิ่น ได้เดินทางไปรับยาสมุนไพร ที่สวนหมอเณร ท่านได้ให้ข้อมูลว่าตนเองป่วยด้วยโรคเบาหวาน ไปรักษาแพทย์ในโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี แพทย์ได้ตรวจรักษา ทราบว่าน้ำตาลขึ้นไปเกิน 300 แพทย์ได้จ่ายยาให้กลับไปรับประทาน เมื่อทานยาตามแพทย์สั่งไประยะหนึ่งอาการ ไม่ดีขึ้น จึงไปตรวจใหม่ แต่ครั้งนี้เกิดผลตามมาอีกคือ การทำงานของไตลดลง ร่างกายเริ่มทรุดลง ทำงานไม่ได้ เกิดอาการเวียนศีรษะ และปัจจุบันอายุก็ 75 ปี แล้ว มาทราบจากเพื่อนที่เป็นนายกเทศมนตรี อยู่ชัยนาท ว่าลองไปใช้ยาสมุนไพรหมอเณร ดูสิ เมื่อทราบก็ได้เดินทางไปหาและใช้ยาสมุนไพรรักษา อยู่ได้ประมาณ 4 เดือน จากนั้นกลับไปให้แพทย์ที่โรงพยาบาลเดิมตรวจ ทางแพทย์ ที่รักษาสงสัยว่า อาการที่เป็นอยู่หายไปหมดแล้ว แพทย์ ยังถามว่าไปทำอะไรมาโรคที่เป็นอยู่ถึงหายเป็นปกติหมดแล้ว ตนเองไม่ได้บอกว่าตนไปใช้สมุนไพรรักษา แทนยาที่ทางเภสัชจ่ายไปให้ตามแพทย์สั่ง เพื่อนอีกคนป่วยเหมือนกัน บอกให้มาใช้สมุนไพร เขาไม่มาตอนนี้นอนรักษาอยู่ในโรงพยาบาล ร่างกายโดนตัดไปหลายส่วนแล้ว คาดว่าน่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน ลุงวัย 75 ปี ใช้สมุนไพรรักษา
สำหรับในโลกมนุษย์เราทุกวันนี้ต้องยอมรับว่า สภาพสิ่งแวดล้อมไม่เหมือนก่อน ป่าไม้หาย โลกร้อนขึ้นทำให้เกิดไฟป่า หรือมีการแอบเผาป่า จึงทำให้เกิดมีทั้งควันกระจายปกคลุมไปทั่ว หมอกควัน ทำเกิดค่า PM 2.5 สารพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงอาหาร ที่เราต้องรับประทานกันทุกวัน มีทั้งสารพิษเกือบทั้งสิ้น เมื่อร่างกายต้องบริโภค หากร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกัน ไฟธาตุต่ำ และไม่ได้มีการออกกำลังกาย เพื่อให้เชื้อโรคขับออกไปตามผิวหนังร่างกาย ทำให้ร่างกายมีอาการป่วยตามมา ร่างกายจึงมีการอ่อนแอ และอาจส่งผลทำให้เกิดโรคร้ายตามมาได้ ดังนั้นทุกคนต้องเฝ้าดูแล อย่าให้เจ็บป่วยโรคร้ายก็จะไม่ตามมา เราจะได้อยู่ดูแลลูกหลานได้นานๆต่อไป