ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ท้องถิ่นไทย ย้อนกลับ
ฉะเชิงเทรา เปิดเทอมวันแรกใส่ชุดนักเรียนเดินลุยน้ำฝ่าดงแหนออกจากบ้านไป
30 ต.ค. 2569

    ภาพชีวิตจริงเด็กนักเรียนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ต้องเดินลุยน้ำท่วมที่ยังขังอยู่ภายในบ้าน ฝ่าดงแหนที่เกาะเต็มขาออกไปขึ้นรถเพื่อเดินทางไปโรงเรียนในวันเปิดเทอมวันแรก ขณะที่บ้านซึ่งเป็นบ้านของผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.คลองอุดมชลจร ยังจมน้ำทั้งชั้นล่าง แม้ชาวบ้านส่วนใหญ่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ครอบครัวนี้ยังต้องใช้ชีวิตอยู่บนชั้นสอง ข้าวของเครื่องใช้และอุปกรณ์ทำการเกษตรเสียหาย บ่อปลาเกือบ 30 ไร่ ได้รับผลกระทบหนัก
    ภาพวิดีโอ เดินลุยน้ำท่วมในวันเปิดภาคเรียน เมื่อเด็กชายในชุดนักเรียนต้องเดินลงบันไดบ้าน ลุยน้ำท่วมที่ยังขังอยู่ภายในบ้าน โดยมีแหนเกาะติดเต็มขา โดยไม่สามารถสวมใส่รองเท้านักเรียนได้เหมือนเด็กๆ ทั่วไป  ก่อนเดินฝ่าน้ำออกไปขึ้นรถบนถนน เพื่อเดินทางไปโรงเรียน หลังโรงเรียนในตัวเมืองฉะเชิงเทรา เปิดภาคเรียนที่ 2 เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยภาพดังกล่าว ถูกเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กของผู้ใช้ชื่อ Oratai Suksinchai  ซึ่งเป็นภาพขณะเดินทางไปส่งลูกชายไปโรงเรียน ท่ามกลางสภาพน้ำท่วมที่ยังไม่แห้ง แม้เวลาจะผ่านไปนานนับเดือนแล้วก็ตาม
   โดยช่วงสาย เมื่อวันที่วัน 29 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว ในพื้นที่หมู่ 5 ต.คลองอุดมชลจร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พบว่าเป็นบ้านของนายสุรัตน์ สุสินชัย อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ซึ่งยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่บริเวณชั้นล่างของตัวบ้าน แม้ระดับน้ำจะลดลงจากช่วงที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
   นายสุรัตน์ เปิดเผยว่า ภรรยาของตน ซึ่งประกอบอาชีพครู ต้องขับรถไปส่งลูกชาย คือ ด.ช.ธนดล สุขสินชัย เข้าเรียนในตัวเมืองฉะเชิงเทรา โดยภาพที่ปรากฏเป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันเปิดเรียนวันแรก และจนถึงวันนี้ สภาพน้ำท่วมภายในบ้านก็ยังแทบไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้ทุกครั้งที่เข้าออกบ้านต้องเดินลุยน้ำ และมีแหนติดตามขา ต้องล้างทำความสะอาดทุกครั้งที่กลับเข้าบ้าน  ขณะนี้ครอบครัวต้องใช้พื้นที่บริเวณชั้นสองเป็นหลัก เนื่องจากชั้นล่างถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ ข้าวของเครื่องใช้และเครื่องใช้ไฟฟ้าบางส่วนเก็บไม่ทัน ถูกน้ำท่วมจนมีแนวโน้มได้รับความเสียหาย 
   นอกจากนี้ น้ำยังท่วมสูงจนถึงขอบเตียงนอนของมารดาผู้ใหญ่บ้าน ทำให้ต้องย้ายคุณแม่ออกไปอยู่ที่อื่นก่อน และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถกลับเข้ามาใช้ชีวิตภายในบ้านได้ ขณะที่อุปกรณ์การเกษตร รวมถึงเครื่องตีน้ำที่ใช้ในการดูแลบ่อปลา ก็ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายเช่นกัน
   ผู้ใหญ่สุรัตน์ เล่าว่า น้ำเริ่มท่วมตั้งแต่ วันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา ก่อนจะเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงกลางดึกของวันที่ 25 ต่อเนื่องถึงวันที่ 26 กันยายน จนเข้าท่วมชั้นล่างของบ้าน แม้ในช่วงนั้นตนจะต้องออกไปช่วยเหลือลูกบ้านและสำรวจความเดือดร้อนของชาวบ้าน แต่บ้านของตนเองก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน แม้ปัจจุบันบ้านของลูกบ้านส่วนใหญ่จะเริ่มแห้งและกลับเข้าสู่ภาวะปกติเกือบทั้งหมดแล้ว แต่บ้านของตนยังคงมีน้ำท่วมขัง  เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำ อีกทั้ง ยังได้รับความเสียหายจากบ่อเลี้ยงปลาขนาดเกือบ 30 ไร่ ซึ่งเพิ่งปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปลาลงไป แต่เมื่อเกิดน้ำท่วม ปลาหนีออกจากบ่อไปตามธรรมชาติ ทำให้คาดว่าจะสูญเสียผลผลิตและต้นทุนที่ลงทุนไป ส่วนการฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด ผู้ใหญ่สุรัตน์ บอกว่า ขณะนี้เริ่มทยอยล้างทำความสะอาด บริเวณที่น้ำแห้งแล้ว  เพราะหากปล่อยให้คราบดินโคลนแห้งติดพื้นจะทำความสะอาดได้ยาก  โดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ในการล้างบ้านทั้งหมด หากระดับน้ำลดลงจนสามารถดำเนินการได้
นิราช/อาษา/ปรีญาภรณ์/จันทร์พิทักษ์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา 0909535645

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-31 ตุลาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
02 ต.ค. 2569
"น้ำ" นับเป็นปัจจัยสำคัญทั้งในการดำรงชีพ และขับเคลื่อนระบบนิเวศของโลก โดยปัจจุบัน มีความสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจด้วย ทั้งในภาค การเกษตรและอุตสาหกรรม ที่จะนำไปใช้ใน การชลประทานเพาะปลูกพืชผล เลี้ยงสัตว์ และ เป็นกระบวนการผลิตสินค้าหรือพลังงานไฟฟ้า ซึ่งแน่...