ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ท้องถิ่นไทย ย้อนกลับ
ฉะเชิงเทรา น้ำทะเลหนุนทะลักท่อระบายน้ำเมืองแปดริ้ว ท่วมบ้านต่อหน้าต่อตาไม่ถึง 20 นาที
28 ต.ค. 2569

   น้ำทะเลหนุนดันแม่น้ำบางปะกง เอ่อย้อนเข้าท่อระบายน้ำ ทะลักท่วมบ้านเรือนในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที น้ำเข้าเต็มบ้าน  ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน บางรายเพิ่งรื้อกระสอบทรายออกเพราะคิดว่าน้ำลดแล้วหากน้ำหนุนคงจะไม่สูงมาก เผยปีนี้น้ำท่วมหนักที่สุดเท่าที่เคยเจอ ขณะที่ถนนหลายสายในตัวเมืองเริ่มมีน้ำเอ่อท่วมผิวจราจร บริเวณวงเวียนใกล้วัดโสธรฯ น้ำสูง 10-15 เซนติเมตร แต่รถยังสัญจรได้ 
    เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำทะเลหนุนในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะภายในซอยเทพคุณากร 1 ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีบ้านเรือนประชาชน ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำบางปะกง พบว่าน้ำในแม่น้ำบางปะกงกำลังหนุนสูงและเอ่อไหลย้อนขึ้นมาตามท่อระบายน้ำ ก่อนทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที ระดับน้ำก็ไหลเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัย
   โดยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความโกลาหลให้กับชาวบ้านในพื้นที่ เนื่องจากหลายครอบครัวเข้าใจว่าสถานการณ์น้ำท่วมกำลังคลี่คลาย หลังน้ำในพื้นที่ด้านบนเริ่มระบายลงไปแล้ว จึงนำกระสอบทรายที่เคยใช้ป้องกันน้ำท่วมออกจากบ้าน เพราะคิดว่าน้ำคงไม่กลับมาท่วมสูงเหมือนที่ผ่านมา แต่กลับต้องเผชิญกับน้ำที่เอ่อเข้าบ้านอย่างกะทันหัน จนไม่สามารถขนย้ายข้าวของได้ทันทั้งหมด ขณะเดียวกัน บ้านบางหลังยังคงมีเครื่องใช้และเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งก่อน โดยเฉพาะโต๊ะและตู้ไม้ ซึ่งยังไม่ได้เก็บหรือซ่อมแซม เมื่อมวลน้ำเอ่อกลับเข้าท่วมซ้ำอีกครั้ง สิ่งของเหล่านี้จึงต้องแช่น้ำได้รับความเสียหายเพิ่มเติม แม้บางบ้านจะเร่งนำเครื่องสูบน้ำและเครื่องไดโว่ลงมาสูบน้ำออก แต่ก็ไม่สามารถรับมือกับน้ำที่ไหลย้อนเข้ามาอย่างรวดเร็วได้ทั้งหมด
   นางปริศนา โห้ประเสริฐ อายุ 52 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า น้ำมาเร็วมาก ใช้เวลาเพียงประมาณ 20 นาที ก็เอ่อเข้าท่วมบ้านอย่างที่เห็น โดยน้ำไหลเข้ามาจากท่อระบายน้ำที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำบางปะกง แม้จะพยายามสูบน้ำออก แต่ก็ไม่ทัน เพราะน้ำจากด้านนอกยังคงไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้ยอมรับว่าคาดไม่ถึงว่าน้ำจะขึ้นมาสูงขนาดนี้ เพราะคิดว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้นแล้ว ทำให้ไม่ได้เตรียมตัวป้องกันไว้ล่วงหน้า ข้าวของบางส่วนขนย้ายได้ทัน แต่บางส่วนได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะสิ่งของที่พังจากน้ำท่วมครั้งก่อน ซึ่งยังไม่ทันได้ซ่อมแซมหรือเก็บให้พ้นน้ำ ก็กลับมาถูกน้ำท่วมซ้ำอีกครั้ง พร้อมระบุว่าปีนี้สถานการณ์หนักกว่าปีก่อน และน้ำมาเร็วมากจนตั้งตัวไม่ทัน โดยกระสอบทรายหน้าบ้าน เพื่อนบ้านได้ทักว่าน้ำลดลงแล้วทำไมยังไม่เอาออก ซึ่งตนเองเพิ่งจะเอาออกได้ 2-3 วัน พอมาเช้านี้กลับท่วมเข้ามาในบ้านอีก
   ด้านนางลาวัลย์ โตเจริญ อายุ 73 ปี เปิดเผยว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยพบเห็นน้ำท่วมหนักขนาดนี้มาก่อน โดยปีนี้ถือว่าหนักมาก เมื่อเห็นน้ำเริ่มขึ้นจึงต้องรีบช่วยกันยกข้าวของหนีน้ำ แม้จะสามารถขนย้ายได้ทันบางส่วน แต่ก็ยังรู้สึกกังวล เพราะน้ำมีลักษณะขึ้น ๆ ลง ๆ และยังไม่แน่ใจว่าจะกลับมาท่วมอีกเมื่อใด
   นางลาวัลย์ กล่าวว่า น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านเป็นวงกว้าง และสร้างความลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก เพราะแม้ระดับน้ำจะลดลงในบางช่วง แต่ก็ยังต้องคอยระวังว่าน้ำจะกลับมาอีกหรือไม่ ทำให้ไม่สามารถวางใจหรือเก็บข้าวของกลับเข้าที่ได้อย่างเต็มที่
   ขณะเดียวกัน จากการสำรวจพื้นที่ถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา พบว่ามีน้ำเริ่มเอ่อขึ้นมาบนพื้นผิวการจราจร แต่ระดับน้ำยังไม่สูงมากนัก ทั้งถนนศรีโสธรตัดใหม่ ถนนหน้าเมือง ถนนเรืองวุฒิ ถนนมรุพงษ์ริมน้ำ โดยบริเวณวงเวียน หลังมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ใกล้วัดโสธรวรารามวรวิหาร มีน้ำท่วมขังประมาณ 10-15 เซนติเมตร รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ยังสามารถสัญจรผ่านได้
นิราช ทิพย์ศรี/อาษา/ปรีญาภรณ์/จันทร์พิทักษ์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา 0909535645

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-31 ตุลาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
02 ต.ค. 2569
"น้ำ" นับเป็นปัจจัยสำคัญทั้งในการดำรงชีพ และขับเคลื่อนระบบนิเวศของโลก โดยปัจจุบัน มีความสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจด้วย ทั้งในภาค การเกษตรและอุตสาหกรรม ที่จะนำไปใช้ใน การชลประทานเพาะปลูกพืชผล เลี้ยงสัตว์ และ เป็นกระบวนการผลิตสินค้าหรือพลังงานไฟฟ้า ซึ่งแน่...