“ไอ้ดำ” แมวไทยสีดำทั้งตัวมีหน้าที่เฝ้าร้านค้า เผชิญหน้ากับงูเห่าตัวเขื่องยาวกว่า 1.5 เมตร ชูแม่เบี้ยพร้อมฉก สู้กันดุเดือดก่อนงูเลื้อยหนีขึ้นไปซ่อนตัวอยู่บนตู้แช่ ด้านเจ้าของเผย หากไม่ได้แมวสังเกตเห็นตั้งแต่แรก อาจโดนงูเห่าฉกแน่ๆ เพราะกำลังเดินเข้าเปิดตู้แช่หยิบของ และงูเห่าตอนแรกอยู่ข้างตู้ โชคยังดีที่ไอ้ดำ แมวที่เลี้ยงไว้เห็นงูเห่าเสียก่อน
โดยเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (26 ต.ค.69) ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจากนายสามารถ น้อยพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจับสัตว์เลื้อยคลาน หลังได้รับแจ้งจากนายณัฐดนัย สมสุขเจริญ อายุ 29 ปี เจ้าของร้านขายของชำ ที่ขอความช่วยเหลือให้ช่วยจับงูเห่าขนาดใหญ่ที่เลื้อยเข้ามาภายในบ้านพัก เลขที่ 27/3 หมู่ 18 ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา หลังรับแจ้ง นายสามารถ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมนำอุปกรณ์จับงูไปด้วย เมื่อไปถึงพบว่างูเห่าตัวดังกล่าว ได้เลื้อยหนีขึ้นไปอยู่ด้านบนตู้แช่ขนาดใหญ่ บริเวณด้านหลังร้านแล้ว ซึ่งเป็นตู้ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว และมีถ้วยชามอยู่ภายในตู้ โดยด้านบนตู้มีสิ่งของต่าง ๆ วางอยู่จำนวนมาก ทำให้พื้นที่ค่อนข้างแคบและยากต่อการเข้าจับ นายสามารถจึงตัดสินใจใช้เหล็กตะขอค่อย ๆ กดบริเวณหัวงู ก่อนใช้มือเปล่าจับงูเห่าออกจากหลังตู้แช่ได้สำเร็จแล้วนำใส่ถุงกระสอบที่เตรียมไว้ เพื่อนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

นายณัฐดนัย เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองกำลังจะเดินไปหลังร้าน เพื่อหยิบชามที่อยู่ภายในตู้แช่เก่า แต่สังเกตเห็น “ไอ้ดำ” แมวไทยที่เลี้ยงไว้ กำลังยืนจ้องและทำท่าคล้ายจะตะปบอะไรบางอย่างอยู่ข้างตู้ เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ จึงพบว่าไอ้ดำกำลังเผชิญหน้ากับงูเห่าที่กำลังชูคอแผ่แม่เบี้ยอยู่ ขณะนั้นตนรู้สึกตกใจมาก แต่ไอ้ดำยังคงไม่ยอมถอยและพยายามต่อสู้กับงู ทำให้งูเห่าเลื้อยหนีขึ้นไปซ่อนอยู่บนตู้แช่ ก่อนที่ตนจะประสานผู้เชี่ยวชาญมาช่วยจับงูออกไป
เจ้าของร้านยอมรับว่า รู้สึกโชคดีที่ไอ้ดำสังเกตเห็นงูเห่าก่อน เพราะหากตนหรือคนในบ้านเดินเข้าไปเปิดตู้หรือหยิบสิ่งของโดยไม่ทันระวัง อาจเข้าใกล้งูจนถูกฉกและได้รับอันตรายได้ พร้อมยกให้ไอ้ดำเป็นแมวใจเด็ดที่ช่วยเตือนภัยให้คนในบ้านโดยไม่รู้ตัว
ด้านนายสามารถ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจับสัตว์เลื้อยคลาน เปิดเผยว่า งูที่พบเป็นงูเห่าซึ่งมีพิษร้ายแรง มีความยาวประมาณ 1.5 เมตร น้ำหนักราวครึ่งกิโลกรัม การเข้าจับครั้งนี้มีข้อจำกัด เนื่องจากงูซ่อนตัวอยู่บนหลังตู้และมีสิ่งของกีดขวางจำนวนมาก จึงต้องประเมินสถานการณ์และเลือกวิธีจับอย่างระมัดระวัง ส่วนการจับงูด้วยมือเปล่านั้น ต้องอาศัยความชำนาญและการประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ หากพื้นที่ไม่เอื้ออำนวยหรือมีความเสี่ยงสูง ก็จำเป็นต้องถอยออกมาและเปลี่ยนวิธีจับ โดยย้ำว่าความปลอดภัยต้องมาก่อน หลังจับงูเห่าตัวดังกล่าวได้แล้ว จึงนำไปปล่อยในพื้นที่ป่าหลังหมู่บ้าน เพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตและหาอาหารตามธรรมชาติต่อไป
นิราช/อาษา/ปรีญาภรณ์/จันทร์พิทักษ์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา รายงาน