ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
เกษตรนำไทย ย้อนกลับ
สกลนคร ชาวไร่อ้อยร่วมลดเผาแก้ PM 2.5 แบกต้นทุน จี้ชัดเจนเงินช่วยเหลือ 120 บาท
22 ต.ค. 2569

สกลนคร – ชาวไร่อ้อยจังหวัดสกลนครขานรับนโยบายรัฐ มุ่งลดการเผาอ้อยแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ PM 2.5 ชี้ปีที่ผ่านมาอ้อยเผาเข้าโรงงานเหลือเพียงร้อยละ 3 แต่เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนเก็บเกี่ยวสดสูงขึ้น ด้านนายกสมาคมชาวไร่อ้อยสกลนครเตรียมจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 20 พ.ย. นี้ พร้อมจี้รัฐบาลขอความชัดเจนเรื่องเงินช่วยเหลือ 120 บาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเป็นรูปธรรม

นายชัยมงคล ไชยรบ นายกสมาคมชาวไร่อ้อยสกลนคร เปิดเผยว่า สมาคมชาวไร่อ้อยสกลนครร่วมกับ บริษัท โรงงานน้ำตาลไทยรุ่งเรือง จำกัด กำหนดจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569 ณ หอประชุมวิโรจน์อิ่มพิทักษ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร โดยการประชุมในครั้งนี้จะใช้เป็นเวทีสะท้อนความกังวลและความเดือดร้อนของเกษตรกรในการปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรเพื่อสิ่งแวดล้อม

นายชัยมงคล กล่าวว่า เกษตรกรไม่ว่าจะเป็นชาวไร่อ้อย ชาวนา หรือชาวสวน ถือเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การส่งเสริมและสร้างความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรมจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประเทศไทยในระยะยาว สำหรับวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้น สมาคมฯ และพี่น้องเกษตรกรมีความตระหนักถึงผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างแท้จริง จึงได้ให้ความร่วมมือกับนโยบายภาครัฐในการลดการเผาอ้อยก่อนเก็บเกี่ยวอย่างเคร่งครัด จนส่งผลให้อ้อยเผาที่ส่งเข้าโรงงานน้ำตาลไทยรุ่งเรืองในปีที่ผ่านมาลดลงเหลือเพียงประมาณร้อยละ 3 เท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของเกษตรกรในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนมาตัดและเก็บเกี่ยวอ้อยสดส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งค่าแรงงานตัดอ้อยที่สูงขึ้น ค่าเครื่องจักร และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเก็บเกี่ยว ถึงกระนั้น ชาวไร่อ้อยก็ยังคงยอมแบกรับภาระดังกล่าวเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและสุขภาพของคนในสังคม จากความร่วมมือดังกล่าวนำมาสู่คำถามสำคัญถึงรัฐบาลว่า "เมื่อพี่น้องชาวไร่อ้อยได้ให้การสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลแล้ว รัฐบาลจะมีมาตรการดูแลและดำเนินการเช่นไรกับเกษตรกร โดยเฉพาะความชัดเจนในกรณีเงินช่วยเหลือ 120 บาท" 

นายกสมาคมชาวไร่อ้อยสกลนคร กล่าวทิ้งทายว่า สมาคมฯ ต้องการให้รัฐบาลกำหนดแนวทางช่วยเหลือที่ชัดเจนเพื่อบรรเทาภาระต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ควบคู่ไปกับการเดินหน้าแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน การแก้ไขปัญหา PM 2.5 จะต้องดำเนินควบคู่ไปกับการดูแลคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกร เพื่อให้การรักษาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลโตไปด้วยกันได้ เพราะการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย แต่ภาระและความเสียสละที่เกษตรกรแบกรับก็ควรได้รับการเหลียวแลและสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมเช่นกัน ซึ่งสมาคมฯ พร้อมจะรวมพลังชาวไร่อ้อยเพื่อขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืนต่อไป

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-31 ตุลาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
02 ต.ค. 2569
"น้ำ" นับเป็นปัจจัยสำคัญทั้งในการดำรงชีพ และขับเคลื่อนระบบนิเวศของโลก โดยปัจจุบัน มีความสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจด้วย ทั้งในภาค การเกษตรและอุตสาหกรรม ที่จะนำไปใช้ใน การชลประทานเพาะปลูกพืชผล เลี้ยงสัตว์ และ เป็นกระบวนการผลิตสินค้าหรือพลังงานไฟฟ้า ซึ่งแน่...