ภาพมุมสูง เผยให้เห็นวัดอาคมสิทธาภรณ์ ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว ยังคงถูกน้ำท่วมล้อมรอบ ถนนเข้าออกใช้การไม่ได้ ต้องเดินทางเข้าออกด้วยเรือเท่านั้น หลังรับมวลน้ำจากแม่น้ำนครนายกและแม่น้ำปราจีนบุรีที่ไหลมาบรรจบกัน ก่อนลงสู่แม่น้ำบางปะกง ล่าสุดเจ้าอาวาสวัดบางน้ำเปรี้ยว ล่องเรือเครื่อง นำข้าวสาร อาหารแห้ง ไข่ไก่ และวัตถุดิบประกอบอาหารไปช่วยเหลือพระสงฆ์ที่ติดอยู่ด้านใน ขณะที่ภายในวัดยังมีน้ำท่วมสูง 1–1.50 เมตร พื้นพรมและเครื่องสังฆภัณฑ์เสียหายหลักล้าน ขณะที่พระในวัดและเจ้าอาวาสต้องทนอาบน้ำท่วม เพราะที่นี่ไม่มีน้ำประปา จนเกิดฝืนคันและโรคทางผิวหนัง ตั้งใจตอนแรกจะทอดกฐินนำเงินสร้างหลังคาคุมโบสถ์ แต่ตอนนี้คงต้องเปลี่ยนแผนนำเงินมาบูรณะวัดหลังน้ำลดแทน
นี่คือภาพมุมสูงที่เผยให้เห็นสภาพน้ำท่วมปกคลุมพื้นที่วัดอาคมสิทธาภรณ์ หมู่ 1 ตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยพื้นที่ด้านหลังวัดที่ติดกับแม่น้ำนครนายก ซึ่งเป็นจุดรับมวลน้ำจากแม่น้ำนครนายกและแม่น้ำปราจีนบุรี ที่ไหลมาบรรจบกันก่อนลงสู่แม่น้ำบางปะกง ส่งผลให้มวลน้ำจำนวนมหาศาลไหลเข้าท่วมพื้นที่วัดและพื้นที่เกษตรกรรมและบ้านเรือนประชาชนโดยรอบ แม้ระดับน้ำในบางจุดจะเริ่มลดลงแล้ว แต่ถนนทางเข้าวัดยังถูกน้ำท่วมจนรถยนต์ไม่สามารถสัญจรเข้าออกได้ตามปกติ การเดินทางเข้าไปยังวัดจึงต้องใช้เรือได้เพียงอย่างเดียว ขณะที่พื้นที่นาหลายร้อยไร่โดยรอบยังจมอยู่ใต้น้ำ
ฃโดยช่วงบ่ายที่ผ่านมา (15 ต.ค.69) พระใบฎีกามณเฑียร เจ้าอาวาสวัดบางน้ำเปรี้ยว ได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง ผัก ไข่ไก่ และวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหาร ขึ้นเรือเครื่องเดินทางไปมอบให้แก่พระอธิการคณาธิป เจ้าอาวาสวัดอาคมสิทธาภรณ์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพระสงฆ์ที่ไม่สามารถออกไปบิณฑบาตได้ตามปกติ และไม่มีญาติโยมเดินทางเข้าไปถวายภัตตาหารจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ต้องล่องเรือเครื่องฝ่าน้ำที่ท่วมพื้นที่เกษตรกรรม ใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที จึงจะถึงตัววัด โดยรอบทางเข้าวัดพบว่าน้ำยังคงท่วมบ้านเรือนประชาชนอยู่ในระดับสูง เมื่อเดินทางเข้าไปถึงวัด พบว่าภายในวัดยังมีน้ำท่วมสูงประมาณ 1–1.50 เมตร แม้ระดับน้ำจะลดลงจากช่วงก่อนหน้าประมาณ 30 เซนติเมตรในบางพื้นที่แล้ว แต่บริเวณโดยรอบยังคงมีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งหลังจากมอบสิ่งของช่วยเหลือแล้ว
พระอธิการคณาธิป ได้นำคณะ สำรวจความเสียหายภายในวัด พบว่าต้นไม้และไม้ประดับหลายจุดเริ่มเหี่ยวเฉาจากการแช่น้ำเป็นเวลานาน ขณะที่พื้นที่ใต้พระอุโบสถ ถูกน้ำท่วมขังทั้งหมด พื้นพรมสีเขียวที่ปูไว้โดยรอบวัดได้รับความเสียหายอย่างหนัก บางส่วนเริ่มเกิดเชื้อราสีดำ คาดว่าหลังน้ำลดอาจไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้และจำเป็นต้องรื้อทิ้ง ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าบางรายการ เช่น พัดลมขนาดใหญ่และพัดลมไอน้ำ สามารถเคลื่อนย้ายขึ้นไว้บนที่สูงได้ทันบางส่วน แต่เครื่องสังฆภัณฑ์และสิ่งของที่อยู่ในระดับต่ำถูกน้ำท่วมจมเสียหายจำนวนมาก
พระอธิการคณาธิป เจ้าอาวาสวัดอาคมสิทธาภรณ์ เปิดเผยว่า น้ำเริ่มเพิ่มระดับตั้งแต่ วันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ทางวัดได้เร่งป้องกันพื้นที่ แต่เมื่อถึงวันที่ 2 ตุลาคม มวลน้ำจำนวนมากไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถป้องกันได้ทัน ความเสียหายครอบคลุมทั้งพื้นที่ตกแต่ง ห้องพักรับรอง ร้านกาแฟ และอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นตั้งแต่หลายแสนบาท ไปจนถึงหลักล้านบาท นอกจากความเสียหายของสิ่งปลูกสร้างแล้ว พระสงฆ์ยังต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำรงชีวิต เนื่องจากวัดไม่มีระบบน้ำประปา ต้องใช้น้ำจากแม่น้ำผ่านระบบกรองของวัด แต่ปัจจุบันระบบกรองได้รับความเสียหาย
ขณะที่ห้องน้ำก็ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ จึงต้องจัดทำห้องน้ำชั่วคราวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน อีกทั้งการสัมผัสน้ำท่วมเป็นเวลานานยังทำให้เจ้าอาวาสมีอาการคัน เกิดตุ่มตามผิวหนัง และก่อนหน้านี้มีอาการน้ำกัดเท้าจนผิวหนังลอกและมีเลือดซึม ขณะที่แผนการบูรณะวัด เดิมตั้งใจจะจัดงานทอดกฐินเพื่อนำเงินมาสร้างหลังคาพระอุโบสถของทางวัด แต่เมื่อเกิดน้ำท่วมและสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหาย ทำให้ต้องปรับแผนมาให้ความสำคัญกับการซ่อมแซมและฟื้นฟูวัดก่อน โดยผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการร่วมช่วยเหลือสามารถติดต่อพระอธิการคณาธิป เจ้าอาวาสวัดอาคมสิทธาภรณ์ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 095-551-9797 หรือทางเพจเฟสบุ๊คของวัด
พระใบฎีกามณเฑียร เจ้าอาวาสวัดบางน้ำเปรี้ยว เปิดเผยว่า การนำสิ่งของเข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้สะท้อนถึงความเดือดร้อนของพระสงฆ์ในพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งไม่สามารถเดินทางออกมารับอาหารและสิ่งของจำเป็นได้ตามปกติ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากวัดใกล้เคียง และญาติโยมในการนำอาหารและวัตถุดิบเข้าไปส่งถึงพื้นที่ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ระหว่างรอให้สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย
นิราช ทิพย์ศรี/อาษา/ปรีญาภรณ์/จันทร์พิทักษ์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา รายงาน