วันที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ห้องประชุมแควน้อย ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ประชุมติดตามความพร้อมและแผนรับมือสถานการณ์อุทกภัย โดยมี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย พลตำรวจตรี พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต 3 นายชูเกียรติ จีนาภักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต 2 นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช, นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ, นายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ และนายฑรัท เหลืองสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำและระบบสาธารณูปโภค ร่วมรายงานสรุปสถานการณ์ แผนการช่วยเหลือเบื้องต้น และมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่อย่างเป็นระบบ
สำหรับภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งได้รับการประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินรวม 13 อำเภอ ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบกว่า 9,745 ครัวเรือน และพื้นที่ทางการเกษตรอีกกว่า 33,716 ไร่ ปัจจุบันสถานการณ์ในพื้นที่ส่วนใหญ่เริ่มคลี่คลายและเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว 9 อำเภอ คงเหลือพื้นที่ที่ยังต้องติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกาญจนบุรี อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอสังขละบุรี และอำเภอท่าม่วง ทั้งนี้ ในส่วนของปริมาณน้ำกักเก็บในเขื่อนหลัก ยังคงสามารถรองรับน้ำได้เพิ่มเติม โดยเขื่อนศรีนครินทร์มีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ร้อยละ 97.26 (สามารถรองรับน้ำได้อีก 486.63 ล้านลูกบาศก์เมตร) และเขื่อนวชิราลงกรณมีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ร้อยละ 97.61 (สามารถรองรับน้ำได้อีก 211.72 ล้านลูกบาศก์เมตร) นอกจากนี้ จังหวัดกาญจนบุรี ยังได้เพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนผ่านระบบ Cell Broadcast ไปแล้วรวม 19 ครั้ง เพื่อแจ้งเตือนระดับน้ำล้นตลิ่งและการเตรียมพร้อมยกของขึ้นที่สูงได้อย่างทันท่วงที
สถานการณ์ในพื้นที่ ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ได้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาลงสู่ชุมชนในหลายจุด ระดับน้ำสูงประมาณ 10-15 เซนติเมตร โดยเฉพาะบริเวณซอยจัดสรรวัดเหนือ ชุมชนอู่ทอง เทศบาลเมืองกาญจนบุรี รวมถึงบริเวณถนนหลายสาย เช่น ถนนสายกาญจนบุรี-บ่อพลอย และถนนริมน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี ซึ่งน้ำในแม่น้ำแม่กลองเอ่อล้นท่วมพื้นผิวจราจร ส่งผลให้การจราจรติดขัดและมองไม่เห็นเส้นขอบทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับอาสาสมัคร ได้ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกและจัดการจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรกลสาธารณภัย จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 2 สุพรรณบุรี และเขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำลงสู่คลองชลประทานท่าล้อ-อู่ทอง ซึ่งทำให้ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องและคาดว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติในเร็ววัน
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัย ณ โครงการแก้มลิงและสวนสาธารณะบริเวณทางรถไฟ (ถนนพัฒนาการ) จากนั้นเดินทางไปยังบริเวณซอยจัดสรรวัดเหนือ ชุมชนอู่ทอง เทศบาลเมืองกาญจนบุรี อำเภอเมืองกาญจนบุรี หลังจากนั้นได้เดินทางไปยังชุมชนบ้านหนองขาว เทศบาลตำบลหนองหญ้าดอกขาว โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาญจนบุรี เขต 1 สมาชิกสภาเทศบาล ผู้นำชุมชน นำประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ร่วมรับมอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนภายหลังเกิดภัยพิบัติ โดยกำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานด่านหน้า เร่งรับแจ้งข้อมูลความเสียหาย อำนวยความสะดวกในกระบวนการช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง พร้อมทั้งพิจารณาลดขั้นตอน เอกสาร หรือกระบวนการที่ไม่จำเป็นตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ เพื่อให้การช่วยเหลือและจ่ายเงินเยียวยาถึงมือผู้ประสบภัยได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรมที่สุด
ทีมข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์ รายงาน