ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ท้องถิ่นไทย ย้อนกลับ
ฉะเชิงเทรา ส.อบต.เสม็ดเหนือเร่งช่วยลูกบ้าน ตัวเองน้ำท่วมบ่อกุ้ง พ่อพันธ์ไก่ชนตายคาสุ่มหลายสิบตัวเสียหายหลายแสน
11 ต.ค. 2569

น้ำท่วมบางคล้าในหลายๆ ตำบลเริ่มลด แต่ทิ้งความเสียหายหนัก ส.อบต.หมู่ 4 ต.เสม็ดเหนือ ออกช่วยเหลือลูกบ้านจนกลับมาดูแลทรัพย์สินตัวเองไม่ทัน บ่อกุ้ง 3 บ่อถูกน้ำท่วมซัดกุ้งหายไปกับกระแสน้ำ เครื่องตีน้ำไฟฟ้าเสียหายหลายสิบเครื่อง ต้นทุนจมหลักแสน ซ้ำพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่ชนตายคาสุ่มนับ 10 ตัว ขณะที่น้ำยังท่วมขังสูงเกือบเมตร แม้เริ่มลดลงแต่กลับเน่าเสียเป็นสีดำคล้ำ ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง ชาวบ้านยังใช้ชีวิตลำบาก หวั่นน้ำท่วมยืดเยื้อยาวนานกว่า 30 วัน

ช่วงเย็นวันที่ 10 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วม บริเวณบ้านปลายคลอง หมู่ 4 ตำบลเสม็ดเหนือ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา พบว่าระดับน้ำเริ่มลดลงจากเดิมประมาณ 10 เซนติเมตร แต่ยังคงท่วมขังสูงประมาณ 1–1.20 เมตร โดยเฉพาะบริเวณบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งยังมีน้ำท่วมสูง ถึง 1.40 เมตร แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ น้ำที่ท่วมขังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ และส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง แม้บางจุดจะมีกระแสน้ำไหลผ่าน แต่สภาพน้ำยังคงขุ่นดำ ประชาชนบางส่วนเริ่มเดินเท้าออกไปยังถนนบริเวณปากซอยที่น้ำแห้งแล้วได้ แต่ยังต้องเดินลุยน้ำเน่าเสียเพื่อเข้าออกบ้านเรือน ขณะที่สวนมะพร้าว พื้นที่การเกษตร บ่อกุ้ง และบ่อปลาหลายแห่งยังจมอยู่ใต้น้ำ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

โดยหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบคือ นายขวัญชัย พุ่มแพรพันธ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) หมู่ 4 ตำบลเสม็ดเหนือ ซึ่งนอกจากจะต้องช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยแล้ว ยังต้องสูญเสียทรัพย์สินและอาชีพของตัวเองจากมวลน้ำที่เข้าท่วมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบ่อกุ้งทั้ง 3 บ่อ ที่ถูกน้ำท่วมจนกุ้งในบ่อถูกกระแสน้ำพัดพาออกไป รวมถึงเครื่องตีน้ำไฟฟ้าที่จมน้ำเสียหายหลายสิบเครื่อง นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจ เมื่อไก่ชนที่เลี้ยงไว้ภายในสุ่มจำนวนหลายสิบตัวถูกน้ำท่วม บรรดาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่ชนตายคาสุ่มนับ 10 ตัว ส่วนไก่ที่หนีน้ำขึ้นมาได้บางตัวต้องตะเกียกตะกายเกาะอยู่บนโฟมหรือบนสุ่มเพื่อเอาชีวิตรอด

นายขวัญชัย เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อบ่อกุ้งทั้ง 3 บ่อ โดยเฉพาะบ่อที่เลี้ยงกุ้งมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งกุ้งกินอาหารไปเป็นจำนวนมาก ทำให้มีต้นทุนค่าอาหารสูงถึงหลักแสนบาท ยังไม่รวมค่าพันธุ์กุ้งและค่าใช้จ่ายในการปรับสภาพน้ำ ส่วนบ่อด้านหลังบ้านได้รับความเสียหายน้อยกว่า เนื่องจากเพิ่งปล่อยกุ้งลงเลี้ยงได้ไม่นาน  สาเหตุที่ไม่สามารถเตรียมป้องกันความเสียหายได้ทัน เนื่องจากช่วงแรกได้ออกไปช่วยเหลือชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อนจากน้ำท่วม โดยพยายามช่วยประคับประคองสถานการณ์ และนำข้าวสารกับสิ่งของไปส่งให้ประชาชนตามบ้านเรือนต่าง ๆ แต่เมื่อน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและกลับมาดูพื้นที่ของตัวเองอีกครั้ง ก็ไม่สามารถรับมือได้ทัน ทำให้บ่อกุ้งและทรัพย์สินได้รับความเสียหายตามมา รวมถึงสถานที่เลี้ยงไก่ชนเอาไว้

นายขวัญชัย กล่าวอีกว่า พื้นที่ตำบลเสม็ดเหนือ เริ่มประสบปัญหาน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา โดยระดับน้ำสูงสุดของที่บ้าน ประมาณ 1.20 เมตร นอกจากความเสียหายต่อทรัพย์สินและอาชีพแล้ว ยังมีปัญหาน้ำเน่าเสียเป็นสีดำและส่งกลิ่นเหม็น รวมถึงยานพาหนะที่ได้รับความเสียหายจากการขับลุยน้ำเพื่อเข้าออกพื้นที่นำสิ่งของไปช่วยเหลือชาวบ้าน

เมื่อทราบข่าวว่าพื้นที่อำเภอบางคล้า อาจต้องเผชิญน้ำท่วมต่อเนื่องนานถึง 30–38 วัน ก็รู้สึกตกใจ เพราะไม่คาดคิดว่าน้ำจะท่วมขังยาวนานขนาดนี้ แม้ตนเองยังพอเดินทางออกไปประกอบอาชีพได้ แต่ยังเป็นห่วงชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านได้ จึงอยากให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว เพื่อให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติ

ด้านนายปัญญา พุ่มแพรพรรณ อายุ 55 ปี ชาวบ้านหมู่ 4 ตำบลเสม็ดเหนือ เปิดเผยว่า แม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลง แต่ชาวบ้านยังคงได้รับความเดือดร้อนจากการเดินทาง เนื่องจากหลายเส้นทางยังมีน้ำท่วมขัง ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเด็กที่ต้องเดินลุยน้ำออกไปด้านนอกระยะทางประมาณ 2–3 กิโลเมตร ขณะเดียวกัน ปัญหาน้ำเน่าเสียที่เปลี่ยนเป็นสีดำและส่งกลิ่นเหม็นยังสร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ เพราะแม้ระดับน้ำจะลดลง แต่ชาวบ้านก็ยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ต้องเผชิญทั้งความเสียหายจากน้ำท่วมและปัญหาสภาพแวดล้อมที่ตามมา โดยต่างหวังให้ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็ว

นิราช/อาษา/ปรีญาภรณ์/จันทร์พิทักษ์ ผู้จัดขาประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา รายงาน

 

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1-15 ตุลาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
02 ต.ค. 2569
"น้ำ" นับเป็นปัจจัยสำคัญทั้งในการดำรงชีพ และขับเคลื่อนระบบนิเวศของโลก โดยปัจจุบัน มีความสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจด้วย ทั้งในภาค การเกษตรและอุตสาหกรรม ที่จะนำไปใช้ใน การชลประทานเพาะปลูกพืชผล เลี้ยงสัตว์ และ เป็นกระบวนการผลิตสินค้าหรือพลังงานไฟฟ้า ซึ่งแน่...