สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดฉะเชิงเทรา ยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง หลายพื้นที่น้ำท่วมสูงกว่า 1-2 เมตร พื้นที่เกษตรเสียหายหลายพันไร่ ทั้งบ่อกุ้งและบ่อปลาได้รับผลกระทบ ขณะที่เกษตรกรในพื้นที่ตำบลบางเล่า ต้องเร่งจับปลาออกจากบ่อที่ยังไม่ถูกน้ำท่วมแม้จะได้ราคาที่ไม่สูงมากนัก หวั่นมวลน้ำจากพื้นที่อื่นไหลมาสมทบ ทำให้ผลผลิตหลุดหายไปกับกระแสน้ำ ด้านชาวบ้านเผยเดือดร้อนหนัก พืชผักผลไม้เสียหายขาดรายได้หลายวัน การเดินทางเข้าออกบ้านลำบาก วอนรัฐบาลเร่งตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ
โดยช่วงเย็นวันนี้ 10 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณหมู่ 5 ตำบลบางเล่า อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ โดยพบว่าปริมาณน้ำในหลายจุดยังคงท่วมสูง แม้บางบริเวณจะเริ่มลดระดับลงบ้างแล้ว แต่ระดับน้ำโดยรวมยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากบางจุดมีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร 50 เซนติเมตร ขณะที่น้ำเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำและส่งกลิ่นเหม็น สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ ขณะเดียวกัน เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและปลาในพื้นที่ ต่างเร่งหาทางลดความเสียหาย โดยเฉพาะการจับผลผลิตออกจากบ่อที่ยังไม่ถูกน้ำท่วม แม้จะต้องยอมรับผลกำไรที่ลดลงหรือเท่าทุนก็ตาม แต่จำเป็นต้องรีบจับขายก่อนที่ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น จนทำให้กุ้งและปลาหลุดออกจากบ่อไปกับกระแสน้ำ ซึ่งอาจทำให้สูญเสียผลผลิตทั้งหมด
นายอำนวย ศรีประสิทธิ์ อายุ 38 ปี เกษตรกรชาวตำบลบางเล่า เจ้าของบ่อปลา เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตนเองต้องเร่งจับปลาออกจากบ่อ เพื่อป้องกันผลผลิตหลุดออกไปกับกระแสน้ำจนได้รับความเสียหาย โดยได้ติดต่อเจ้าของแพปลาที่จังหวัดสมุทรปราการ ให้นำรถ 6 ล้อใหญ่ ลุยน้ำเข้ามาจับปลาในบ่อไป แม้จะรู้ว่าปลาชุดนี้อาจจะได้กำไรไม่มากหรือเท่าทุน แต่ก็จำเป็นต้องจับ เพราะสิ่งที่น่ากังวลคือยังไม่ทราบว่าจะมีมวลน้ำจากพื้นที่อื่นไหลเข้ามาสมทบอีกหรือไม่ เพราะสถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าน้ำจะลดลงอย่างชัดเจน ทำให้เกษตรกรต้องเร่งตัดสินใจเพื่อรักษาผลผลิตที่เหลืออยู่
นอกจากความเสียหายด้านการเกษตรแล้ว น้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้านอย่างหนัก หลายคนไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านไปทำงานหรือประกอบอาชีพได้ตามปกติ ขณะที่พืชผักและผลไม้ที่ปลูกไว้ก็ได้รับความเสียหาย ส่งผลให้ขาดรายได้มาหลายวันแล้ว ส่วนการเดินทางเข้าออกหมู่บ้านยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ที่ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ในบางจุด เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร และบางบริเวณสูงถึง 70-80 เซนติเมตร ชาวบ้านยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้นอีกในช่วงน้ำขึ้
ทั้งนี้ ชาวบ้านมีความกังวลหากสถานการณ์น้ำท่วมยืดเยื้อไปนาน 30-38 วัน ตามที่มีการวิตกกัน เพราะจะยิ่งซ้ำเติมความเดือดร้อนทั้งด้านการดำรงชีพและการประกอบอาชีพ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ พร้อมพิจารณามาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง เนื่องจากขณะนี้ประชาชนในพื้นที่ ต่างได้รับความเดือดร้อนและสูญเสียรายได้จากน้ำท่วมเป็นวงกว้าง
นิราช ทิพย์ศรี/อาษา/ปรีญาภรณ์/จันทร์พิทักษ์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา รายงาน