เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาผักที่ตลาดพิษณุโลกร่วมใจ อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก ในช่วงเทศกาลกินเจ 10 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชน โดยเฉพาะชาวไทยเชื้อสายจีน ออกมาจับจ่ายซื้อผักและวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารเจกันอย่างคึกคัก โดยบรรยากาศในช่วงเช้ามีประชาชนทยอยเลือกซื้อผักอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แม่ค้าต่างสะท้อนว่า ราคาผักปีนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก จากผลกระทบของสถานการณ์น้ำท่วมและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น จึงกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน
นางปิยะดา แซ่เฮ้ง เจ้าของแผงผักเจ๊ด้า ตลาดพิษณุโลกร่วมใจ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลกินเจยังพอขายผักได้ แต่กำลังซื้อของประชาชนลดลง เนื่องจากราคาผักปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยมองว่ามาตรการคนละครึ่งช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนได้ส่วนหนึ่ง หากไม่มีมาตรการดังกล่าว สถานการณ์การค้าขายอาจยิ่งลำบากกว่านี้
นางปิยะดากล่าวว่า ราคาผักในปีนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ทำให้ปริมาณผักออกสู่ตลาดลดลง ประกอบกับต้นทุนด้านการขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน ส่งผลให้ราคาผักหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ผักคะน้า จากเดิมกิโลกรัมละ 180 บาท เพิ่มเป็น 220 บาท ผักกวางตุ้งจากกิโลกรัมละ 180 บาท เพิ่มเป็นกว่า 200 บาท และคะน้าฮ่องกงจากกิโลกรัมละ 80 บาท เพิ่มเป็น 120 บาท ส่วนผักกาดขาวอยู่ที่กิโลกรัมละ 35 บาท
ทั้งนี้ ผักหลายชนิดมีราคาสูงขึ้นในช่วงเทศกาลกินเจเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ปีนี้ถือว่าแพงกว่าปีที่ผ่านมาอย่างมาก แม้จะคาดว่ายอดขายโดยรวมอาจใกล้เคียงกับปีก่อน แต่ต้นทุนในการรับซื้อผักมาจำหน่ายสูงขึ้น ทำให้ต้องขายในราคาที่สูงตามไปด้วย หากขายหมดก็ยังพอมีกำไร แต่หากเหลืออาจทำให้ขาดทุนได้
นางปิยะดากล่าวเพิ่มเติมว่า ทางร้านพยายามแบ่งผักขายในราคาย่อมเยา เพื่อให้ลูกค้าที่มีงบประมาณจำกัดสามารถซื้อได้ เช่น ผักบางชนิดจัดเป็นถุงหรือเป็นมัด ราคาถุงละ 10 บาท รวมถึงหอม ผักชี พริก มะนาว และมะเขือเทศ แต่ไม่สามารถรับผักมาจำหน่ายได้มากเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากต้นทุนสูงขึ้น หากตั้งราคาสูงเกินไป ลูกค้าก็อาจตัดสินใจไม่ซื้อ บางรายเลือกซื้อเพียงเล็กน้อยในราคา 10 บาทก็มี
ส่วนผักนำเข้า โดยเฉพาะผักจากจีนและผักบางชนิดที่นำเข้าผ่านฮ่องกง ก็ยังมีราคาสูงเช่นกัน โดยส่วนตัวกังวลว่าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ และมาตรการคนละครึ่งสิ้นสุดลง ขณะที่ราคาผักยังอยู่ในระดับสูง ก็อาจยิ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน
สำหรับช่วงที่ผักสดมีราคาถูกที่สุด นางปิยะดามองว่าเป็นช่วงฤดูร้อน ซึ่งมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ทำให้ราคาปรับตัวลดลง แม้ผักนำเข้าบางชนิดอาจมีราคาสูงกว่า แต่เมื่อผักในตลาดมีปริมาณมาก ราคาก็จะถูกลงและช่วยกระตุ้นให้ประชาชนซื้อเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน หากราคาผักแพงต่อเนื่อง ประชาชนก็จะมีกำลังซื้อลดลง
ด้านนางนันทนา ญาณวัฒนพร เจ้าของร้านอาหารเจเก่าแก่บนถนนศรีธรรมไตรปิฎก ตรงข้ามโรงพยาบาลพุทธชินราช ซึ่งจำหน่ายอาหารเจตลอดทั้งปี เปิดเผยว่า ปีนี้ราคาผักแพงมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลกินเจ แม้จะไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ได้ยินว่าปัญหาน้ำท่วมอาจส่งผลให้ผักมีราคาสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทางร้านยังคงจำหน่ายอาหารในราคาเดิม เนื่องจากเกรงใจลูกค้าและไม่ต้องการปรับขึ้นราคา แม้ลูกค้าบางส่วนจะบ่นเรื่องราคาอาหารและต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันข้าวราดแกง 2 อย่างยังจำหน่ายในราคา 45 บาท ทำให้ร้านมีกำไรไม่มากนัก
นางนันทนากล่าวว่า สถานการณ์ในปีนี้ยากลำบากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเดิมคิดว่าแย่อยู่แล้ว แต่ปีนี้กลับได้รับผลกระทบมากกว่าเดิม โดยยกตัวอย่างผักบุ้งที่ใช้ประกอบอาหาร ซึ่งเดิมซื้อมาในราคา 80 บาทต่อถุง แต่ปีนี้ต้องจ่ายสูงถึง 170 บาทต่อถุง ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่ร้านยังต้องพยายามประคับประคองกิจการต่อไป เพราะร้านอาหารเจที่จำหน่ายตลอดทั้งปีก็ตั้งตารอช่วงเทศกาลกินเจเช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นช่วงที่ขายดีที่สุด โดยร้านของตนจำหน่ายอาหารเจมาแล้วกว่า 20 ปี และมองว่าเทศกาลกินเจยังคงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับร้านนางนันทนากล่าวในที่สุด
พิษณุโลก/ศริตวรรธน์ อัครชินพรรณ/รายงาน