ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ท้องถิ่นไทย ย้อนกลับ
ฉะเชิงเทรา เรือผลักดันน้ำ ทร. 30 ลำ เร่งระบายน้ำบางปะกงดันมวลน้ำลงอ่าวไทย 3 ล้าน ลบ.ม./วัน
08 ต.ค. 2569

    สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดฉะเชิงเทรา ยังคงส่งผลกระทบหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและพื้นที่การเกษตร โดยกองทัพเรือ ได้นำเรือผลักดันน้ำ 30 ลำ ติดตั้ง 3 จุดในแม่น้ำบางปะกง เดินเครื่องต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน หวังเร่งผลักดันมวลน้ำลงสู่อ่าวไทย หากเดินเครื่องเต็มศักยภาพสามารถช่วยเร่งการเคลื่อนตัวของน้ำได้ประมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน แต่ยังต้องจับตาระดับน้ำทะเลหนุน ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำออกสู่ทะเล
   จากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งยังคงส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและพื้นที่ทางการเกษตร 
   ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ 8 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามการเร่งระบายน้ำในแม่น้ำบางปะกง พบว่ากองทัพเรือ ได้นำเรือผลักดันน้ำ จำนวน 30 ลำ เข้ามาติดตั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำ และเร่งผลักดันมวลน้ำลงสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด
  โดยเรือผลักดันน้ำทั้ง 30 ลำ แบ่งติดตั้งออกเป็น 3 จุด จุดแรกบริเวณสะพานหน้าเขื่อนทดน้ำบางปะกง ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งจุดนี้มีประชาชนออกมายืนช้อนกุ้งจับปลากันเต็มบริเวณสะพาน แต่เรือระบายน้ำอยู่อีกด้านหนึ่งของสะพานและเร่งการระบายน้ำทุกเครื่อง เนื่องจากบานประตูเขื่อนทดน้ำบางปะกง เปิดสูงสุดทุกบาน จุดที่ 2 บริเวณสะพานเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา จุดนี้มีเรือผลักดันน้ำ อีก จำนวน 10 ลำ ผลักดันน้ำในแม่น้ำบางปะกง ที่มาจากจุดแรกบริเวณเขื่อนทดน้ำบางปะกง ผลักดันน้ำผ่านไปยังพื้นที่อำเภออำเภอบ้านโพธิ์ และเข้าสู่พื้นที่อำเภอบางปะกง ซึ่งเป็นจุดที่ 3 ที่กองทัพเรือ ได้นำเรือผลักดันน้ำ มาติดตั้งเพิ่มอีก 10 ลำ เมื่อวานนี้ บริเวณสะพานมอเตอร์เวย์ ตำบลท่าสะอ้าน อำเภอบางปะกง เพื่อผลักดันน้ำในแม่น้ำบางปะกงทั้งหมด ลงสู่อ่าวไทย ที่ตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง
   ทั้งนี้กองทัพเรือ ได้นำเรือเข้าพื้นที่และติดตั้งมาตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำทั้งบริเวณเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน ซึ่งเป็นพื้นที่รับมวลน้ำจากหลายอำเภอ ทั้งท่าตะเกียบ สนามชัยเขต  พนมสารคาม ราชสาส์น แปลงยาว บางคล้า และบางน้ำเปรี้ยว  ก่อนที่น้ำจะไหลลงมาตามแม่น้ำบางปะกงและออกสู่อ่าวไทย
   สำหรับเรือผลักดันน้ำแต่ละลำ มีศักยภาพในการช่วยผลักดันน้ำได้ประมาณ 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หากเรือทั้ง 30 ลำ สามารถเดินเครื่องได้เต็มประสิทธิภาพ จะช่วยเร่งการเคลื่อนตัวของน้ำได้รวมประมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อเพิ่มความเร็วในการระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนลงสู่ทะเล
  ขณะที่การปฏิบัติงานในวันนี้ เจ้าหน้าที่ประจำจุดเปิดเผยว่า มีการเดินเครื่องผลักดันน้ำอย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน โดยจะหยุดเฉพาะในช่วงที่จำเป็นต้องเติมเชื้อเพลิงหรือบำรุงรักษาเครื่องจักร เพื่อให้สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้มากที่สุด
   อย่างไรก็ตาม การเร่งผลักดันน้ำยังต้องติดตามและประเมินระดับน้ำในแม่น้ำบางปะกงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจังหวะน้ำทะเลหนุน เนื่องจากหากระดับน้ำบริเวณปลายทางสูง จะทำให้การระบายน้ำจากแม่น้ำบางปะกงลงสู่อ่าวไทยทำได้ช้าลง และอาจส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ตอนบนยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง
   ขณะเดียวกัน จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งประสานการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เพื่อเสริมกำลังและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เป้าหมายสำคัญคือ เร่งลดระดับน้ำ บรรเทาความเดือดร้อน และดูแลประชาชนให้ผ่านพ้นสถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน
นิราช ทิพย์ศรี/อาษา/ปรีญาภรณ์/จันทร์พิทักษ์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา 0909535645

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1-15 ตุลาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
02 ต.ค. 2569
"น้ำ" นับเป็นปัจจัยสำคัญทั้งในการดำรงชีพ และขับเคลื่อนระบบนิเวศของโลก โดยปัจจุบัน มีความสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจด้วย ทั้งในภาค การเกษตรและอุตสาหกรรม ที่จะนำไปใช้ใน การชลประทานเพาะปลูกพืชผล เลี้ยงสัตว์ และ เป็นกระบวนการผลิตสินค้าหรือพลังงานไฟฟ้า ซึ่งแน่...