ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
พลังงาน / สิ่งแวดล้อม ย้อนกลับ
ส.อ.ท. จับมือ SME D Bank ลงนาม MOU “เชื่อมทุน เชื่อมอุตสาหกรรม ขับเคลื่อน SME ไทย” หนุน SMEs ไทยเข้าถึงทุน ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน
07 ต.ค. 2569

 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือภายใต้โครงการ “เชื่อมทุน เชื่อมอุตสาหกรรม ขับเคลื่อน SME ไทย” โดยมีนายวีรชัย มั่นสินธร รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) และนายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank เป็นผู้ลงนาม พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ลานไทยเบฟ ชั้น 10 ส.อ.ท.

ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นสมาชิก ส.อ.ท. เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกและเหมาะสมกับความต้องการทางธุรกิจ ทั้งในรูปแบบสินเชื่อและเงินร่วมลงทุน ควบคู่กับการเสริมองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การบริหารจัดการ ระบบการเงิน ระบบขนส่ง และการตลาด รวมถึงการประชาสัมพันธ์ข้อมูลและกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า “สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการทำให้ SMEs เข้าถึงเงินทุนได้มากขึ้น แต่ต้องเป็นเงินทุนที่เหมาะสมกับความต้องการของธุรกิจ ควบคู่กับองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเงินทุนไปต่อยอดธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างแท้จริง ความร่วมมือระหว่าง ส.อ.ท. และ SME D Bank จึงเป็นตัวอย่างของการผนึกกำลังระหว่างภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการเงิน เพื่อสร้างกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเชื่อมโยงแหล่งทุน การให้คำปรึกษาและการพัฒนา ไปจนถึงการติดตามผล เพื่อให้ SMEs เติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน”

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า “ปัจจุบัน SMEs ต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งต้นทุน การแข่งขัน เทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงของตลาด และข้อจำกัดในการเข้าถึงเงินทุนที่เหมาะสม ส.อ.ท. จึงให้ความสำคัญกับการสร้างระบบสนับสนุนที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถ ‘อยู่รอด ปรับตัว และเติบโต’ ได้อย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือกับ SME D Bank ในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นสมาชิก ส.อ.ท. ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน เครื่องมือ และองค์ความรู้ที่เหมาะสม เพื่อต่อยอดสู่การเพิ่มผลิตภาพ การลงทุน การขยายธุรกิจ และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างแท้จริง”

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำจุดแข็งของทั้งสองหน่วยงานมาบูรณาการร่วมกัน โดย ส.อ.ท. มีเครือข่ายผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมที่กว้างขวาง กระจายอยู่ทั่วประเทศ ขณะที่ SME D Bank มีเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมกับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะสินเชื่อตามนโยบายรัฐ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก เช่น “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย สนับสนุนยกระดับสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ควบคู่กับมีบริการด้านการพัฒนา ช่วยเติมเต็มความรู้ผ่านกิจกรรมทั้ง Onsite และ Online อย่างต่อเนื่อง
ความร่วมมือครั้งนี้ จะก่อให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่าง ส.อ.ท. ในทุกพื้นที่กับทุกสาขาของ SME D Bank ทั่วประเทศที่มีทั้งหมด 96 แห่งอย่างใกล้ชิด ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นสมาชิก ส.อ.ท. โดยเฉพาะภาคการผลิต ใน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญของประเทศ ได้แก่ อาหาร เกษตรแปรรูป และ Wellness เข้าถึงการสนับสนุนทั้งด้านการเงินและการพัฒนาได้อย่างกว้างขวาง ช่วยเพิ่มศักยภาพธุรกิจ สร้างการเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว

ภายใต้ MOU ความร่วมมือระหว่างทั้ง 2 หน่วยงาน จะดำเนินงานผ่านกลไกที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าสู่การสนับสนุนอย่างเป็นระบบ โดย ส.อ.ท. จะทำหน้าที่คัดกรองและเชื่อมโยงสมาชิก ส.อ.ท. ซึ่งประกอบด้วย SMEs กว่า 80% จากสมาชิก ส.อ.ท. ทั้งหมดราว 16,000 ราย และมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์เข้าสู่ SME D Bank จากนั้นธนาคารจะพิจารณาเครื่องมือและแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละธุรกิจ ทั้งเงินทุนเพื่อการลงทุนและเงินทุนหมุนเวียน ควบคู่กับการให้คำปรึกษา ถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาทักษะที่จำเป็น ขณะที่ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันประสาน ติดตาม และผลักดันการดำเนินงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ความร่วมมือดังกล่าว มุ่งสร้างผลลัพธ์ให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้นและเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ช่วยเสริมสภาพคล่อง สนับสนุนการลงทุน การขยายกิจการและการเพิ่มผลิตภาพ ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบริหารจัดการ และการตลาด เพื่อให้ SMEs สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง เพิ่มโอกาสในการแข่งขัน และเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

ทั้งนี้ MOU กำหนดระยะเวลาความร่วมมือ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2569 โดยทั้งสองฝ่ายมุ่งผลักดันการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และเป็นอีกหนึ่งกลไกในการเสริมความแข็งแกร่งให้ SMEs ซึ่งเป็นฐานสำคัญของภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทย

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1-15 ตุลาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
02 ต.ค. 2569
"น้ำ" นับเป็นปัจจัยสำคัญทั้งในการดำรงชีพ และขับเคลื่อนระบบนิเวศของโลก โดยปัจจุบัน มีความสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจด้วย ทั้งในภาค การเกษตรและอุตสาหกรรม ที่จะนำไปใช้ใน การชลประทานเพาะปลูกพืชผล เลี้ยงสัตว์ และ เป็นกระบวนการผลิตสินค้าหรือพลังงานไฟฟ้า ซึ่งแน่...