ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
คุณภาพชีวิต ย้อนกลับ
SAVE อสม.นาน้อย เรียกร้องความเป็นธรรมให้ผู้ได้รับผลกระทบ “7+6+กลุ่ม 3” เดินหน้าขอรัฐตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมยกระดับการแจ้งเตือนภัยอาหารเสริม ปกป้องสิทธิผู้บริโภค
05 ต.ค. 2569

วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมบ้านถั่วลิสง นายวุฒิกร พุทธิกุล หัวหน้าศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน หน่วยงานประจำจังหวัด สภาองค์กรของผู้บริโภค เข้ายื่นหนังสือต่อ นางสุภาพร ถิ่นวัฒนากูล รองเลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและผลักดันมาตรการคุ้มครองสิทธิแก่ อสม. และผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากกรณีที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

การยื่นหนังสือครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โปร่งใส และเป็นธรรม รวมทั้งทบทวนมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคในกรณีที่มีการนำเสนอหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควบคู่กับกิจกรรมการอบรมหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประชาชน โดยต้องคำนึงถึงสิทธิในการรับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน และสิทธิในการตัดสินใจซื้อโดยปราศจากการชักจูงที่ไม่เหมาะสม
4 ข้อเรียกร้องสำคัญ
1. ขอให้ตรวจสอบระบบการอบรมและมาตรฐานด้านจริยธรรมของ อสม.
ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ตรวจสอบระบบการอบรม กระบวนการกำกับดูแล และมาตรฐานด้านจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับอาสาสมัครสาธารณสุข จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เพื่อให้เกิดความชัดเจน โปร่งใส และมีแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก
2. ขอให้ทบทวนและปฏิรูปกฎหมายอาหารให้ทันต่อรูปแบบการตลาดยุคใหม่
ขอให้เร่งทบทวนและปฏิรูปพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับรูปแบบการโฆษณา การขายออนไลน์ การไลฟ์สด การตลาดผ่านบุคคลหรือเครือข่าย และการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์อาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสียหายและคุ้มครองผู้บริโภค
3. ขอให้ตรวจสอบการนำเสนอหรือจำหน่ายอาหารเสริมในกิจกรรมอบรม
ขอให้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตรวจสอบและทบทวนการบังคับใช้พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ในกรณีที่มีการนำเสนอหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารระหว่างกิจกรรมการอบรม รวมถึงตรวจสอบว่าการดำเนินการดังกล่าวเข้าข่ายการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงหรือไม่ และเป็นไปตามกฎหมายและหลักการคุ้มครองผู้บริโภคหรือไม่ โดยกฎหมายดังกล่าวมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคและการกำกับธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงโดยเฉพาะ
4. ใช้สิทธิทางกฎหมายและการฟ้องคดีแทนผู้บริโภค
ขอให้สภาองค์กรของผู้บริโภคพิจารณาใช้สิทธิและกลไกทางกฎหมาย รวมถึง การฟ้องคดีแทนผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ได้รับการเยียวยา และได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเหมาะสม
ยกระดับการแจ้งเตือนผู้บริโภค “อาหารเสริม” ต้องระวังอะไรบ้าง?

ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน ขอเน้นย้ำว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา และไม่ควรหลงเชื่อการโฆษณาว่าสามารถบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรคได้ ผู้บริโภคควรระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อพบผลิตภัณฑ์ที่มีการโฆษณาหรือเสนอขายในลักษณะดังต่อไปนี้
อ้างว่าสามารถ รักษาโรค ลดอาการของโรค หรือเห็นผลได้อย่างรวดเร็วื
อ้างว่า “ปลอดภัย 100%” หรือ “ไม่มีผลข้างเคียง” โดยไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือรองรับ

โฆษณาเกินจริง เช่น ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ผอมทันที เพิ่มสมรรถภาพ หรือรักษาโรคเรื้อรัง
ไม่มีฉลากภาษาไทย หรือข้อมูลผู้ผลิต/ผู้นำเข้าไม่ชัดเจน แสดงเลขสารบบอาหารหรือข้อมูล อย. ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ หรืออาจเป็นการนำเลขของผลิตภัณฑ์อื่นมาแอบอ้าง มีการเร่งรัดให้ซื้อ เช่น โปรโมชั่นเฉพาะในห้องอบรม การซื้อเป็นชุด การชักชวนให้สมัครสมาชิก หรือการกดดันให้ตัดสินใจทันที

มีการนำบุคลากรด้านสุขภาพ ผู้มีชื่อเสียง หรือบุคคลที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือมาใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโดยไม่มีข้อมูลทางวิชาการรองรับ
ที่ผ่านมา อย. มีการตรวจพบกรณีผลิตภัณฑ์ที่นำเลขสารบบอาหารของผลิตภัณฑ์อื่นมาแอบอ้าง รวมถึงกรณีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีการโฆษณาสรรพคุณเกินจริง จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อทุกครั้ง
หลัก “เช็กก่อนซื้อ” ที่ผู้บริโภคควรทำ
5. เช็กเลข อย. และสถานะผลิตภัณฑ์
อย่าเชื่อเพียงเพราะมีการพิมพ์คำว่า “อย.” หรือมีตัวเลขบนฉลาก ควรตรวจสอบว่าข้อมูลตรงกับชื่อผลิตภัณฑ์และผู้ผลิตจริงหรือไม่ผ่านช่องทางตรวจสอบของ อย.
6. เช็กข้อความโฆษณา
หากอ้างว่าสามารถรักษาโรค ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว หรือให้ผลมหัศจรรย์ ควรหยุดและตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะ อย. เตือนให้ผู้บริโภคระวังการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง
7. เช็กฉลากและแหล่งจำหน่าย
ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากภาษาไทยครบถ้วน มีข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ส่วนประกอบ วิธีใช้ วันผลิต วันหมดอายุ และข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค
8. อย่าใช้คำว่า “อาหารเสริม” แทนคำว่า “ยา”
หากมีอาการเจ็บป่วยหรือมีโรคประจำตัว ไม่ควรหยุดยาหรือเปลี่ยนการรักษาไปใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโดยพลการ ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อน
9. หากสงสัยหรือได้รับอันตราย ให้เก็บหลักฐานไว้
เก็บภาพฉลาก กล่องสินค้า เลขสารบบอาหาร ใบเสร็จ หลักฐานการโอนเงิน โฆษณา ข้อความสนทนา และข้อมูลผู้ขาย เพื่อใช้ประกอบการร้องเรียนหรือดำเนินการตามสิทธิ

ผู้บริโภคที่สงสัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือได้รับผลกระทบจากการใช้ผลิตภัณฑ์ สามารถติดต่อ สายด่วน อย. 1556 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รวมถึงช่องทางร้องเรียนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้
“ไม่ได้มุ่งกล่าวหา แต่ขอให้ตรวจสอบอย่างเป็นธรรม”
นายวุฒิกร พุทธิกุล ระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ ปกป้องสิทธิของ อสม. และผู้บริโภค ไม่ให้ต้องแบกรับผลกระทบโดยปราศจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบที่เหมาะสม

ทั้งนี้ การเรียกร้องดังกล่าว ไม่ได้มุ่งกล่าวหา หรือตัดสินบุคคล หน่วยงาน หรือผลิตภัณฑ์ใดล่วงหน้า แต่ต้องการให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ
ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่านยืนยันว่าจะติดตามความคืบหน้าของกรณีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และพร้อมใช้กลไกของสภาองค์กรของผู้บริโภคในการให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ ประสานงาน และดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงกระบวนการคุ้มครองสิทธิและการเยียวยาอย่างเป็นธรรม
“ทุกปัญหาผู้บริโภค เรามีคำตอบ”
#SAVEอสมนาน้อย
#คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค
#เตือนภัยอาหารเสริม
#อาหารเสริมไม่ใช่ยา
#เช็กก่อนซื้อ
#อย่าหลงเชื่อโฆษณาเกินจริง
#สภาองค์กรของผู้บริโภค
#อย่าสับสนพวกเราไม่ใช่สคบ
#ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน
#หน่วยงานประจำจังหวัดสภาองค์กรของผู้บริโภค
#ทุกปัญหาผู้บริโภคเรามีคำตอบ

@@@@@@@@@@@@

ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1-15 ตุลาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
02 ต.ค. 2569
"น้ำ" นับเป็นปัจจัยสำคัญทั้งในการดำรงชีพ และขับเคลื่อนระบบนิเวศของโลก โดยปัจจุบัน มีความสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจด้วย ทั้งในภาค การเกษตรและอุตสาหกรรม ที่จะนำไปใช้ใน การชลประทานเพาะปลูกพืชผล เลี้ยงสัตว์ และ เป็นกระบวนการผลิตสินค้าหรือพลังงานไฟฟ้า ซึ่งแน่...