(28 ก.ย. 69) นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมและการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า ช่วงแรกมีฝนตกครอบคลุมทั้ง 50 เขต และมีพื้นที่น้ำสะสมตั้งแต่ระดับน้อยถึงมากประมาณ 42 เขต ก่อนจะเหลือพื้นที่ที่ต้องเร่งบริหารจัดการอย่างเข้มข้นราว 15–20 เขต และปัจจุบันเหลือพื้นที่วิกฤตหลักประมาณ 8 เขต
• เร่งเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง ดูแลถึงพื้นที่
ภารกิจแรกของ กทม. คือการเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่เคลื่อนไหวลำบาก โดยปรับระบบให้สายด่วน 1669 และ 1555 รับแจ้งกรณีต้องการเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่น้ำท่วมด้วย ส่งผลให้ช่วงแรกมีสายโทรเข้า 1669 มากกว่า 7,200 สาย จากภาวะปกติที่รับเฉลี่ยประมาณ 3,000 สายต่อวัน
กทม. จัดทีมหน่วยแพทย์ฉุกเฉินเอราวัณร่วมกับฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคมของสำนักงานเขตเข้าไปรับผู้ป่วยและกลุ่มเปราะบาง หากเป็นผู้ป่วยที่มีเงื่อนไขทางการแพทย์ เช่น ต้องดูดเสมหะ หรือมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ จะนำส่งโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ซึ่งบางแห่ง โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก ได้จัดพื้นที่รองรับผู้ป่วยติดเตียงเพิ่มเติม
นอกจากนี้ กทม. ยังใช้ทีมติดตามข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย เพื่อค้นหาประชาชนที่ยังไม่ได้แจ้งผ่าน 1669, 1555 หรือสำนักงานเขต โดยเมื่อวานมีการตรวจพบกว่า 200 เคส และสามารถติดตามเข้าให้ความช่วยเหลือหรือปิดเคสได้แล้ว 184 เคสภายในช่วงเย็น
• พื้นที่น้ำท่วมครอบคลุมราว 3 แสนครัวเรือน ย้ำยังไม่ใช่ทั้งหมดที่น้ำเข้าบ้าน
รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวว่า หากประเมินจากแผนที่พื้นที่ที่มีน้ำสะสมตั้งแต่ประมาณ 10–30 เซนติเมตรขึ้นไป ครอบคลุมพื้นที่อยู่อาศัยประมาณ 3 แสนครัวเรือน หรือประชาชนราว 7 แสนคน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าทุกครัวเรือนมีน้ำเข้าบ้านหรือได้รับความเสียหายโดยตรง บางพื้นที่อาจได้รับผลกระทบด้านการเดินทางหรือการใช้ชีวิตเท่านั้น ขณะนี้สำนักงานเขตอยู่ระหว่างลงพื้นที่เก็บข้อมูลความเสียหายรายครัวเรือนให้ชัดเจน
สำหรับศูนย์พักพิงที่อยู่ภายใต้การดูแลหรือประสานงานของ กทม. มีประมาณ 234 แห่ง กระจายตามโรงเรียน สถานศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ ปัจจุบันมีประชาชนเข้าพักรวมกว่า 6,000 คน ใกล้ 7,000 คน
• ลาดกระบัง–บางกะปิยังหนัก ต้องการอาหารและรถยกสูงเพิ่ม
พื้นที่ที่ยังต้องการความช่วยเหลือมากเป็นพิเศษ ได้แก่ ลาดกระบัง บางกะปิ มีนบุรี สะพานสูง สวนหลวง บึงกุ่ม คลองสามวา สายไหม บางเขน หลักสี่ และลาดพร้าว โดยเฉพาะลาดกระบังยังมีความต้องการอาหารปรุงสุกเกือบ 20,000 กล่องต่อมื้อ ขณะที่บางกะปิยังต้องการสนับสนุนเพิ่มเติมประมาณ 3,000 กล่องต่อมื้อ
กทม. ได้กระจายครัวกลางและประสานครัวสนามจากหน่วยงานภายนอกเข้าช่วยเสริม โดยพื้นที่ที่มีสถานการณ์หนักอาจมีครัวสนามเข้าช่วยประมาณ 3 จุดต่อเขต ส่วนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าจะจัดตามความจำเป็น
ปัญหาสำคัญอีกด้านคือการเข้าถึงพื้นที่น้ำลึก รถบรรทุก 6 ล้อของ กทม. บางคันไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ จึงต้องใช้รถยกสูงประเภท GMC หรือรถในระดับเดียวกับรถทหาร ปัจจุบันจากการสำรวจความต้องการของพื้นที่ยังต้องการรถยกสูงเพิ่มเติมอีกประมาณ 15 คัน โดยเฉพาะเพื่อสนับสนุนทีมแพทย์เข้าไปรับผู้ป่วยออกจากพื้นที่น้ำลึก
• ปรับระบบแฟลตคลองจั่น กระจายความช่วยเหลือให้ทั่วถึง
สำหรับพื้นที่แฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก ระบบการเข้าถึงและกระจายความช่วยเหลือยังมีข้อจำกัด ทั้งจากระดับน้ำสูง การขาดรถและเรือในพื้นที่ รวมถึงจำนวนประชาชนในแฟลตที่มีจำนวนมาก ทำให้สิ่งของบางส่วนหมดก่อนเข้าถึงพื้นที่ด้านใน
ขณะนี้ได้ปรับระบบใหม่ โดยให้มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบแฟลตแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน พร้อมกำหนดจำนวนห้องและจำนวนประชาชนที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือ รวมทั้งให้การแจกจ่ายเริ่มจากพื้นที่ด้านในออกมาด้านนอก เพื่อลดปัญหาผู้ที่อยู่ต้นทางได้รับความช่วยเหลือซ้ำ แต่ผู้ที่อยู่ลึกเข้าไปไม่ได้รับของ
นอกจากนี้ ได้ให้ผู้บริหารระดับปลัดและรองปลัด กทม. ลงไปช่วยบัญชาการร่วมกับผู้อำนวยการเขต โดยบางกะปิจัดระบบศูนย์อำนวยการ การบริหารอาหาร และการกระจายสิ่งของให้เป็นระบบมากขึ้น
สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้ที่ 1669 และแจ้งขอความช่วยเหลือทั่วไปผ่าน 1555
ส่วนประชาชนหรือภาคเอกชนที่ต้องการสนับสนุน สามารถบริจาคถุงยังชีพได้ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง และศูนย์ฝึกอาชีพในพื้นที่เขตประเวศ โดยหากเป็นอาหารปรุงสุกจำนวนมาก ขอให้ประสาน 1555 หรือศูนย์อำนวยการของสำนักงานเขตก่อน เพื่อให้สามารถกระจายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
#กรุงเทพมหานคร #กทม #น้ำท่วมกรุงเทพ #น้ำท่วม69 #ช่วยเหลือประชาชน #กลุ่มเปราะบาง