ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
เกษตรนำไทย ย้อนกลับ
รองฯ “วรพจน์” ขานรับข้อสั่งการ รมว.เกษตรฯ-อธิบดีกรมชลฯ เร่งระบายน้ำ ระดมเครื่องสูบ ลดผลกระทบประชาชนลุ่มน้ำป่าสักและเจ้าพระยาตอนล่าง
26 ก.ย. 2569

วันนี้ (26 กันยายน 2569) นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำป่าสัก ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้ พร้อมร่วมประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (Swoc) อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำกู กรมชลประทาน ถนนสามเสน โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน เพื่อรับข้อสั่งการและกำหนดแนวทางบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

สำหรับสถานการณ์น้ำ เมื่อเวลา 06.00 น. ของวันที่ 26 กันยายน 2569 ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 นครสวรรค์ เพิ่มขึ้นเป็น 1,827 ลบ.ม./วินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำอยู่ที่ 1,850 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทานจึงได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำฝนและน้ำท่าที่เพิ่มขึ้น โดยเริ่มทยอยเพิ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. จาก 1,850 ลบ.ม./วินาที เป็น 1,950 ลบ.ม./วินาที ภายในเวลา 14.00 น. ในอัตราประมาณชั่วโมงละ 20 ลบ.ม./วินาที และจะคงอัตราการระบายน้ำดังกล่าวต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์

ในช่วงวันที่ 23-25 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา มีฝนตกสะสมในพื้นที่จังหวัดชัยนาทลงมาถึงลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่คลองชัยนาท-ป่าสักเป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีน้ำฝนในพื้นที่ไหลมาสมทบ ทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังบริเวณพื้นที่ข้างคลองชัยนาท-ป่าสัก โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดลพบุรีและสระบุรี

กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 10 ได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่กว่า 40 เครื่อง และติดตั้งโรงสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่บริเวณข้างคลอง รวม 19 สถานี เพื่อช่วยลดระดับน้ำและบรรเทาผลกระทบในพื้นที่เสี่ยง ขณะเดียวกัน ได้บริหารจัดการน้ำในแม่น้ำป่าสักและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ ประมาณ 83% โดยปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักฯ เหลือ 25 ลบ.ม./วินาที หรือประมาณวันละ 2 ล้าน ลบ.ม. เพื่อช่วยหน่วงน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ

สำหรับบริเวณเขื่อนพระราม 6 ได้เตรียมปรับแผนการระบายน้ำ โดยจะระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนพระราม 6 ผ่านแม่น้ำป่าสักประมาณ 500 ลบ.ม./วินาที พร้อมปรับลดการระบายน้ำในคลองระพีพัฒน์เหลือประมาณ 100-120 ลบ.ม./วินาที เพื่อควบคุมปริมาณน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านล่างให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ หากไม่มีฝนตกเพิ่มและสามารถเร่งระบายน้ำออกจากคลองชัยนาท-ป่าสักและแม่น้ำป่าสักได้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าสถานการณ์ในช่วง 2-3 วันข้างหน้าจะทยอยปรับตัวดีขึ้น

ในการนี้ รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสถานการณ์และลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ และเคลื่อนย้ายทรัพย์สินได้อย่างทันท่วงที พร้อมเน้นย้ำให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และบุคลากรให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กรมชลประทานยังคงติดตามสถานการณ์น้ำ ปริมาณฝน และปริมาณน้ำท่าอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการการทำงานของสำนักงานชลประทานที่ 10 และ 11 รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและลดผลกระทบต่อประชาชน โดยขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและพื้นที่เสี่ยง ติดตามข้อมูลข่าวสารและประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-31 กันยายน 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
30 ก.ค. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 481 หนี้ ที่ถือได้ว่า หนี้สาธารณะ เป็นเรื่องหนึ่งที่สังคมไทยพูดถึง และห่วงใยกันมาตลอด เพราะหนี้มีมากก็หมายถึง เครดิตของประเทศก็จะลดลง กล่าวกันว่า ปัญหา หนี้สาธารณะ คือภาวะที่รัฐบาลมีหนี้สินสะสมจาก การกู้ยืมเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงป...