การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) จัดงาน “วันประปาวิวัฒน์ ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “พลังความรู้สู่พลังการเปลี่ยนแปลง : The Power of Knowledge, The Power of Change” เพื่อขับเคลื่อนการจัดการความรู้และนวัตกรรม พร้อมสร้างการเรียนรู้ร่วมกันทั่วทั้งองค์กร

นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงและสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้องค์กรต้องมีความสามารถในการเรียนรู้ ปรับตัว และนำประสบการณ์มาพัฒนาการทำงานอย่างรวดเร็ว กปภ. จึงมุ่งส่งเสริมการจัดการความรู้และการจัดการ นวัตกรรม (KM & IM) เป็นแนวทางในการพัฒนาองค์กร โดยเปิดโอกาสให้บุคลากรได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ จากการปฏิบัติงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร นำมาต่อยอดเป็นแนวทางการทำงานและนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงขับเคลื่อนค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร STRIVER ไปสู่การปฏิบัติ
ทั้งนี้ งานวันประปาวิวัฒน์ ประจำปี 2569 ได้จัดกิจกรรมที่สะท้อนการเรียนรู้จากการทำงานจริง อาทิ นิทรรศการด้านการจัดการความรู้และนวัตกรรม การบรรยายพิเศษหัวข้อ “องค์กรจะเรียนรู้และอยู่รอดอย่างไรในภาวะวิกฤต” โดยนายนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ (คุณเคน The Standard) การมอบรางวัล “ประปาวิวัฒน์” ด้านการจัดการความรู้และการจัดการนวัตกรรม ตลอดจนการบรรยายและเสวนาทางวิชาการหัวข้อ “จากสถานการณ์วิกฤต สู่การเรียนรู้ร่วมกัน บทเรียนเพื่อการบริหารองค์กรในอนาคต” ซึ่งถ่ายทอดบทเรียนจากกรณีปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำกก จังหวัดเชียงราย อุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา เพื่อให้บุคลากรนำประสบการณ์จากสถานการณ์จริงมาถอดบทเรียนและประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการองค์กรในอนาคต

นอกจากนี้ กปภ. ยังได้เปิด “โครงการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) การประปาส่วนภูมิภาค” และอาคารจัดการพลังงาน รวมถึงสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หนุนการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ร่วมขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล

นายจักรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การประปาส่วนภูมิภาคได้ติดตั้ง Solar Rooftop ในสาขาทั่วประเทศโดยได้รับความร่วมมือจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทั้งหมดตอนนี้ อยู่ที่ 233 แห่ง ผลิตไฟฟ้าได้ 130 แห่ง ภายในสิ้นกุมภาพันธ์ 2570 จะสามารถที่จะผลิตไฟได้ทั้งหมด 233 แห่ง ในสัญญาแรก กำลังการผลิตไฟจะอยู่ที่ประมาณ 70 เมกะวัตต์ทั่วประเทศ ซึ่งถ้าผลิตได้ทั้งหมด จะสามารถประหยัดค่าไฟได้ปีละ 80 ล้านบาท

ในส่วนของสำนักงานใหญ่ ได้ติดตั้ง Solar Rooftop โดยความร่วมมือกับทาง การไฟฟ้านครหลวง Solar Rooftop ที่สำนักงานใหญ่ กำลังการผลิตไฟก็จะอยู่ที่ประมาณ 900 กิโลวัตต์ ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ลานจอดรถ ซึ่ง กปภ.ทำเป็นอาคารประหยัด พลังงานและมีสถานีบริการ EV Charger สามารถที่จะให้บริการ ทั้งหมด 5 ตู้ 10 หัวจ่าย โดย กปภ. มีรถไฟฟ้า ของการใช้งานภายในสำนักงานใหญ่จำนวน 10 คัน และรถของผู้บริหารที่เป็นรถไฟฟ้า ก็อีกประมาณ 30 คัน นอกจากนี้ก็เปิดโอกาสให้พนักงาน ให้กับบุคคลภายนอก สามารถที่จะเข้ามา มาชาร์จไฟที่อาคารประหยัดพลังงานได้อีกด้วย”

ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง จะช่วยให้ กปภ. สามารถนำบทเรียนมาพัฒนากระบวนการทำงาน วางแนวทางป้องกัน และเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการน้ำประปาในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมส่งเสริมให้บุคลากรนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถขององค์กรให้มีความคล่องตัวและพร้อมรับมือกับทุกความท้าทาย สอดคล้องกับเป้าหมายของ กปภ. ในการสร้างความมั่นคงด้านน้ำประปาและ ส่งมอบบริการที่มีคุณภาพแก่ประชาชน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน
