ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ท้องถิ่นไทย ย้อนกลับ
น่าน ปัวอ่วม! ฝนถล่มหนัก น้ำป่าทะลักท่วมบ้านสูงเกือบชั้นสอง สะพานบ้านนาแลถูกซัดขาด
19 ส.ค. 2569

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 จังหวัดน่านเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลภูคา อำเภอปัว ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายพื้นที่

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่านรายงานว่า เมื่อเวลา 04.00 น. เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยปริมาณน้ำฝนบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคาวัดได้มากกว่า 110 มิลลิเมตร ทำให้มวลน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว
พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ บ้านร้อง ตำบลปัว อำเภอปัว น้ำป่าหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว บางจุดเกือบถึงชั้นสอง ขณะที่บริเวณบ้านนาแล ซึ่งเป็นเส้นทางขึ้นอุทยานแห่งชาติดอยภูคาและเส้นทางเชื่อมต่อไปยังอำเภอบ่อเกลือ ถูกกระแสน้ำป่าซัดอย่างรุนแรงจนสะพานบ้านนาแลขาด ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ เจ้าหน้าที่เร่งเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือประชาชน
นอกจากนี้ อำเภอปัวยังพบผลกระทบในหลายพื้นที่ ได้แก่ ตำบลอวน หมู่ 2, 8 และ 10 ตำบลวรนคร หมู่ 3, 6 และ 7 ตำบลศิลาแลง หมู่ 1 และ 5 ตำบลไชยวัฒนา หมู่ 2 และตำบลปัว หมู่ 1, 4, 7 และ 8 โดยมีทั้งน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน ถนนถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถสัญจรได้ และเกิดดินสไลด์ในพื้นที่หมู่ 10 ตำบลอวน
ขณะเดียวกัน อำเภอภูเพียงพบสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนในตำบลฝายแก้ว หมู่ 11 และตำบลเมืองจัง หมู่ 4 จุดละประมาณ 5 หลังคาเรือน ส่วนอำเภอสันติสุข ตำบลพงษ์ หมู่ 1 มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบประมาณ 5 หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลือ อพยพประชาชนจากจุดเสี่ยง และสำรวจความเสียหาย
ศูนย์บัญชาการฯ เร่งรับมือ หลังปัวกระทบ 7 ตำบล 60 หมู่บ้าน
จังหวัดน่านได้ประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยมีนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มจังหวัดน่าน
เฉพาะอำเภอปัวได้รับผลกระทบแล้ว 7 ตำบล 60 หมู่บ้าน ประชาชนประมาณ 8,000 ครัวเรือน หรือกว่า 16,000 คน ขณะที่อำเภอท่าวังผา สันติสุข และแม่จริม ก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำหลากเช่นกัน
ด้านการจราจร พบว่าทางหลวงหมายเลข 101 ช่วงก่อนถึงสะพานบ้านร้อง รวมถึงทางหลวงหมายเลข 1371 และ 1081 มีน้ำท่วมผิวทางและสะพานได้รับความเสียหายหลายจุด ขณะที่เส้นทางปัว–เชียงกลางไม่สามารถสัญจรได้ ส่วนเส้นทางปัว–ดอยภูคา–บ่อเกลือ ขอให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1081 แทน และประชาชนควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมสูงหรือมีกระแสน้ำเชี่ยว
ระดมกำลังช่วยผู้ประสบภัย ตั้งศูนย์พักพิง 7 แห่ง
จังหวัดน่านเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่วิกฤต โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก พร้อมจัดตั้งศูนย์พักพิง 7 แห่งในพื้นที่อำเภอปัว และระดมอุปกรณ์กู้ภัย ทั้งเรือยาง เรือท้องแบน เสื้อชูชีพ และเจ็ตสกี รวมถึงกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยกองพันทหารม้าที่ 10 ส่งกำลังพล 50 นายสนับสนุนภารกิจ
ขณะที่กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมเตรียมเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำสแตนด์บายในพื้นที่และสนับสนุนถุงยังชีพ ด้านสมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทยส่งนักกีฬาเจ็ตสกีจิตอาสา พร้อมเรือเจ็ตสกี 10 ลำ จากกรุงเทพฯ เข้าสนับสนุนภารกิจกู้ภัยในจังหวัดน่าน
จังหวัดน่านยังคงติดตามปริมาณฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และพื้นที่ลุ่มต่ำ ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยทันที หากสถานการณ์ทวีความรุนแรง

@@@@@@@@@@@

ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-31 สิงหาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
30 ก.ค. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 481 หนี้ ที่ถือได้ว่า หนี้สาธารณะ เป็นเรื่องหนึ่งที่สังคมไทยพูดถึง และห่วงใยกันมาตลอด เพราะหนี้มีมากก็หมายถึง เครดิตของประเทศก็จะลดลง กล่าวกันว่า ปัญหา หนี้สาธารณะ คือภาวะที่รัฐบาลมีหนี้สินสะสมจาก การกู้ยืมเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงป...