สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ร่วมกับสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน จัดกิจกรรมบรรยายพิเศษภายใต้โครงการ “ผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน รุ่นที่ 3” (Young Executive Program 3) ประจำปีการศึกษา 2569 ณ อาคาร M Group เมื่อวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา โดยได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย หอการค้าไทย-จีน และ China Media Group ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก อาจารย์หลี่ จิงเหล่ย (ตั้นตั้น) ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท ตั้นตั้น ทรานสเลชั่น สตูดิโอ จำกัด และ Weibo KOL ชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคน มาเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “การสื่อสารกับหัวใจในการทำธุรกิจไทย-จีน” โดยมีผู้บริหารจากหลากหลายอุตสาหกรรมและสื่อมวลชนเข้าร่วมกว่า 40 ท่าน

อาจารย์หลี่ จิงเหล่ย ได้ฉายภาพให้เห็นถึงขุมพลังทางเศรษฐกิจของจีนที่มีประชากรกว่า 1,416 ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางที่คาดว่าจะขยายตัวสูงถึง 550 ล้านคนในปี 2030 ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่มีกำลังซื้อสูง แต่ยังมีพฤติกรรมการบริโภคที่เน้นคุณภาพและการบอกต่อผ่านโลกออนไลน์เป็นหลัก การทำธุรกิจกับจีนในยุคปัจจุบันจึงไม่ใช่เพียงแค่การนำเสนอสินค้า แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นผ่านการสื่อสารที่เข้าถึง "หัวใจ" ของผู้บริโภค โดยเฉพาะในมิติของความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนที่ฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นแต้มต่อสำคัญที่ผู้บริหารไทยควรนำมาใช้ในการวางกลยุทธ์การตลาดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ในส่วนของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจีนที่มีความเฉพาะตัว อาจารย์หลี่ได้เจาะลึกถึงพฤติกรรมผู้ใช้งานในแต่ละแอปพลิเคชันอย่างละเอียด อาทิ โต่วอิน (Douyin) ที่มียอดผู้ใช้งานรายวันกว่า 750 ล้านคน ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เพื่อความบันเทิงแต่เป็น "เครื่องมือปิดการขาย" ที่ทรงพลังที่สุดในปัจจุบัน หรือ เสี่ยวหงซู (Xiaohongshu) ที่เปรียบเสมือนคัมภีร์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่เน้นรีวิวสินค้าจริงจากผู้ใช้ (Key Opinion Consumer - KOC) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อสินค้าแบรนด์ไทย นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทของ WeChat ที่เป็นมากกว่าแอปแชท แต่เป็นระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยงทั้งการบริการลูกค้าและการจัดการวิกฤตที่แบรนด์ต้องให้ความสำคัญ

วิทยากรยังได้ยกตัวอย่างกระบวนการเพิ่มมูลค่าสินค้าผ่าน "Storytelling" หรือการเล่าเรื่องที่กินใจ โดยยกกรณีแบรนด์กระเป๋าผ้าของเครือเซ็นทรัลที่สามารถยกระดับราคาสินค้าจากหลักสิบสู่หลักร้อยได้ด้วยการนำเสนอเรื่องราวการสร้างอาชีพให้แก่ผู้พิการในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งถูกส่งคืนกลับสู่สังคม การสร้างคุณค่าทางจิตใจเช่นนี้ไม่เพียงแต่ทำให้สินค้าเป็นที่ต้องการจนต้องจำกัดจำนวนการซื้อ แต่ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ยั่งยืนในสายตาชาวจีนที่ชื่นชอบเรื่องราวการทำความดีและความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)

สำหรับการเจาะตลาดด้วยกลยุทธ์ "FACT+" อาจารย์หลี่ได้ถอดบทเรียนจากแบรนด์ Mistine ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในจีน โดยเน้นย้ำเรื่องการสร้างฐานแบรนด์ (Field) ควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ในทุกระดับ (Alliance) และการทำแคมเปญท้าพิสูจน์ที่สร้างกระแสบนโลกออนไลน์อย่าง Huoyanshan (ฮั่วเยี่ยนซาน) ซึ่งเป็นการนำสินค้าไปทดสอบในสถานการณ์จริงเพื่อท้าพิสูจน์ประสิทธิภาพของ "ครีมกันแดด" ในสถานที่และสภาพอากาศที่ร้อนที่สุดและแดดแรงที่สุดในจีน ความกล้าในการทำ Content Marketing ที่แปลกใหม่และมีความเป็นมนุษย์ (Humanize) นี้เองที่เป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนจากผู้ชมให้กลายเป็นลูกค้า และเปลี่ยนจากลูกค้าให้กลายเป็นสาวกของแบรนด์ได้อย่างรวดเร็ว

ในช่วงสรุปของการบรรยาย อาจารย์หลี่ได้ให้คำแนะนำถึง "พลัง 3 ประการ" ที่ธุรกิจไทยต้องมีหากต้องการเติบโตในจีนอย่างยั่งยืน ได้แก่ พลังของผลิตภัณฑ์ที่ต้องดีจริง พลังของแบรนด์ที่ต้องมีเอกลักษณ์ และพลังของการตลาดที่ต้องมีความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของจีนได้ทันท่วงที โดยเฉพาะการให้น้ำหนักกับตลาดออนไลน์ที่ในปัจจุบันบางแบรนด์ประสบความสำเร็จจนมียอดขายจากช่องทางออนไลน์สูงถึง 95% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการเข้าใจเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลของจีนไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นทางรอดที่สำคัญที่สุดของธุรกิจไทยในยุคนี้

นอกจากนี้ ก่อนการบรรยาย China Media Group ได้เชิญชวนผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน รุ่นที่ 3 ร่วมสนุกในกิจกรรมบน TikTok เพื่อเปิดประสบการณ์แลกเปลี่ยนมุมมองอย่างสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมตอบคำถามออนไลน์ ในโครงการ “จีนไทยพัฒนาสู่อนาคตร่วมกัน” ภายใต้กรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีน ฉบับที่ 15 เพื่อกระชับความสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ด้านการพัฒนาระหว่างสองประเทศ โดยคำตอบที่ได้รับการคัดเลือก ผู้ที่ตอบจะได้รับของรางวัลพิเศษในทุกสัปดาห์ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 20 มีนาคม 2569 นี้ สำหรับกติกาการร่วมสนุกนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงติดตามรับชมคลิปคำถามประจำสัปดาห์ที่จะโพสต์ลงในช่อง TikTok : CMGTHAI ทุกวันเสาร์ จากนั้นให้พิมพ์คอมเมนต์แสดงความคิดเห็น หรือ ตอบคำถามใต้คลิปดังกล่าว พร้อมติดแฮชแท็ก #จีนไทยพัฒนาสู่อนาคตร่วมกัน รวมถึงกดติดตามช่อง กดไลก์ และกดแชร์คลิปคำถามในสัปดาห์นั้นๆ เพื่อให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยทีมงานจะพิจารณาคัดเลือกจากคำตอบที่ถูกต้องและแสดงความคิดเห็นได้สอดคล้องกับประเด็นที่น่าสนใจและโดนใจคณะกรรมการมากที่สุด

กิจกรรมในครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างเข้มข้นตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีกำหนดการปล่อยคลิปคำถามสำหรับสัปดาห์ที่ 3 ในวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ และในสัปดาห์ที่ 4, 5 และ 6 จะมีการโพสต์คำถามทุกวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์, 7 มีนาคม และ 14 มีนาคม 2569 ตามลำดับ โดยจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลในวันศุกร์ถัดไปของทุกสัปดาห์จนสิ้นสุดโครงการในวันที่ 20 มีนาคม 2569 ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและร่วมสนุกได้ที่ TikTok : CMGTHAI ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

จากนั้น ตัวแทนผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน รุ่นก่อนหน้า ได้เข้าร่วมแนะแนวให้กับผู้เข้าอบรมฯ รุ่นที่ 3 เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการเลือกหัวข้อโครงงานกลุ่ม การเตรียมความพร้อมด้านเนื้อหาที่สอดคล้องกับโจทย์ที่ได้รับ เพื่อสร้างสรรค์รูปแบบการนำเสนออย่างเหมาะสมและตรงประเด็น เพื่อเป็นแนวทางให้แต่ละกลุ่มนำไปปรับใช้กับโครงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ