ครั้งหนึ่ง…การเมืองเมืองน่าน
ไม่ต้องถามนโยบาย
ไม่ต้องดูผลงาน
แค่ดู “นามสกุล” ก็รู้แล้วว่าใครจะชนะ
บ้านใหญ่เคยมั่นใจว่า
เก้าอี้ สส. คือของที่ “สืบทอดได้”
เหมือนสมบัติตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น
ประชาชนมีหน้าที่เพียงกาให้ถูกช่อง
ไม่ใช่ตั้งคำถาม
57 ปีผ่านไป
13 สมัยหมุนเวียน
4 คนในเครือญาติ

เกมนี้ดูเหมือนจะเล่นได้ตลอดไป
แต่การเมืองไม่มีอะไรนิรันดร์
โดยเฉพาะ อำนาจที่ไม่อัปเดตตัวเอง
บ้านใหญ่พลาดตรงไหน?
ไม่ใช่เพราะแพ้คู่แข่ง
แต่แพ้ความคิดของตัวเอง
ที่เชื่อว่า บุญเก่าเพียงพอ
ที่คิดว่า เครือข่ายแน่นกว่าผลงาน
ที่มั่นใจว่า พื้นที่นี้ไม่มีใครกล้าท้าทาย
จนลืมไปว่า
ประชาชนไม่ได้โง่
แค่เคยอดทน
เกมอำนาจที่คิดว่าคุมได้
การเมืองแบบบ้านใหญ่
ถนัดจัดวางคน
ถนัดต่อรองอำนาจ
ถนัดรักษาฐาน
แต่ไม่ถนัดอธิบายว่า
ทำอะไรให้บ้านเมืองดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
เมื่อคำถามเรื่องผลงานดังขึ้น
คำตอบกลับเงียบลง
และเมื่อประชาชนเริ่มเปรียบเทียบ
บารมีเก่าก็กลายเป็นภาระทันที
ผลลัพธ์ที่ปฏิเสธไม่ได้
การเลือกตั้ง 2569
ไม่เหลือพื้นที่ให้ “ทายาทการเมือง”
ไม่เหลือที่ว่างให้ “ชื่อสกุลศักดิ์สิทธิ์”
ทั้ง 3 เขต
เลือก หน้าใหม่ทั้งหมด
ราวกับประชาชนบอกพร้อมกันว่า
ขอพักการเมืองแบบเดิม
นี่ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ธรรมดา
แต่มันคือ ใบแจ้งเตือนของทุกบ้านใหญ่ทั่วประเทศ
บทเรียนที่ควรจำ
อำนาจที่ไม่ฟังเสียงประชาชน
จะถูกประชาชนปิดสวิตช์
ไม่ต้องมีม็อบ
ไม่ต้องมีดราม่า
แค่ “กากบาท” ใบเดียวก็พอ
การเมืองยุคใหม่ไม่ได้ถามว่า
“ลูกใคร หลานใคร”
แต่ถามว่า
“ทำอะไรเป็นรูปธรรมบ้าง”
บ้านใหญ่ไม่ได้ถูกล้ม
แต่เดินลงจากเวที
เพราะไม่รู้ว่าเวทีเปลี่ยนไปแล้ว
#คอลัมน์การเมือง
#บ้านใหญ่
#เกมอำนาจ
#เลือกตั้ง2569
#น่าน
################
ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น น่าน