นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่พลังงานสะอาด เพื่อรับมือความผันผวนของราคาพลังงานโลกจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในระดับสูง คิดเป็นมูลค่าเกือบ 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ส่งผลกระทบต่อดุลบัญชีเดินสะพัด
กระทรวงการคลังเตรียมเสนอมาตรการ “โซลาร์ประชาชน” ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 26 ตุลาคม 2569 และตั้งเป้าเปิดลงทะเบียนผ่านระบบ One Stop Service และแอปพลิเคชันในวันที่ 27 ตุลาคม 2569
สำหรับโครงการโซลาร์ประชาชน คาดใช้งบสนับสนุนประมาณ 50,000 ล้านบาท จากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงิน 400,000 ล้านบาท ตั้งเป้าครอบคลุม 1 ล้านครัวเรือน สนับสนุนค่าอุปกรณ์ประมาณ 50,000 บาทต่อครัวเรือน
เป้าหมายสำคัญคือเปลี่ยนประชาชนจากผู้ใช้ไฟฟ้าให้เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เอง และสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมจากหลังคาบ้าน พื้นที่ลอยน้ำ หรือพื้นที่การเกษตร
รัฐบาลยังเตรียมประสานธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ประชาชนและเกษตรกร เพื่อลดภาระเงินลงทุนก้อนแรก โดยจะนำรายได้จากการขายไฟฟ้าตามสัญญาระยะยาว 20 ปี มาช่วยผ่อนชำระค่างวด
จากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าประชาชนจะประหยัดค่าไฟและมีรายได้สุทธิเฉลี่ยประมาณ 500–1,000 บาทต่อเดือน
นอกจากเงินสนับสนุนติดตั้งโซลาร์เซลล์แล้ว รัฐบาลเตรียมลงทุนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าเพิ่มเติม ทั้งการเปลี่ยนมิเตอร์เป็น Smart Meter และพัฒนาระบบสายส่งไฟฟ้า เพื่อรองรับการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากประชาชนเข้าสู่โครงข่าย โดยใช้งบประมาณภาครัฐ 100% ประชาชนไม่ต้องร่วมจ่าย
การลงทุนส่วนนี้จะดำเนินการผ่านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) คาดว่าเมื่อรวมกับงบโซลาร์ประชาชน จะมีวงเงินลงทุนรวมประมาณ 100,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน รัฐบาลร่วมกับกระทรวงแรงงานฝึกอบรมช่างติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อรองรับความต้องการแรงงานที่จะเพิ่มขึ้น โดยเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อายุ 20–50 ปี ให้มีทักษะวิชาชีพและสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
มาตรการดังกล่าวมุ่งลดภาระค่าไฟฟ้าของครัวเรือน เพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากพลังงานสะอาด และลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าในระยะยาว อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ การรับซื้อไฟฟ้า และการสนับสนุนสินเชื่อ ต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลหลังการพิจารณาของ ครม.