ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ข่าวเด่น / ไฮไลท์ ย้อนกลับ
ศ.สุชาติ ชี้รัฐควรตั้งกองทุนภัยพิบัติ หวั่นใช้งบ 1.55 หมื่นล้านซื้อประกันเอกชน
01 ต.ค. 2569

ศ.สุชาติ! รัฐควรใช้งบประมาณ​ตั้งกองทุนภัยพิบัติ​ แทนนำเงิน 15,500 ล้านบาท​ ซึ่งสูงมาก ไปซื้อประกันภัย​บริษัทเอกชน​ เพราะเกิดการทุจริตง่ายและเอกชนล้มละลาย​ไปก่อน​ เหมือนกรณีประกันโควิด

1.ศาสตราจารย์​ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อด​ีตรัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การคลัง​และศึกษา​การ​ กล่าวถึง​ปัญหาและผลกระทบจากอุทกภัย โดยเสนอหลักสำคัญในการบริหารจัดการภัยพิบัติของประ​เทศ 2 ประการคือ

2.ประการที่หนึ่ง รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการป้อง​กันภัยล่วงหน้า ก่อนที่ความ​เสียหายจะเกิดขึ้นประเทศไทยประสบปัญหาน้ำท่วมแทบทุกปี หลายพื้น​ที่เรารู้อยู่ว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง เรารู้เส้นทางน้ำ รู้พื้นที่ลุ่มต่ำ รู้ว่าจุดใดระบายน้ำไม่ทัน และรู้ว่าพื้นที่ใดเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก​ดังนั้น แนวคิดในการบริหารภัยพิบัติต้องเปลี่ยนจาก​ “รอให้เกิดความเสียหาย แล้วจึงหาเงินมาชดเชย” มาเป็น​ “ป้องกันความเสียหายให้มากที่สุด ก่อนภัยจะเกิดขึ้น”

3.รัฐบาลจึงควรจัดสรรงบประมาณอย่างจริงจังสำหรับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไม่ว่าจะเป็นระบบระบายน้ำ พื้นที่รับน้ำ แก้มลิง คันกั้นน้ำ การขุดลอกและเปิดทางน้ำ ตลอดจนระบบพยากรณ์และเตือนภัยล่วงหน้า​ และควรมีกลไกหรือ "กองทุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย" ที่สามารถนำเงินมาใช้ได้รวดเร็ว​ เมื่อเกิดสถาน​การณ์จำเป็น​ เพราะเงินที่ใช้ป้องกันภัยก่อนเกิดความเสียหาย ย่อมมีคุณค่ามากกว่าเงินที่ต้องนำไปซ่อมบ้าน ซ่อมถนน ช่วยเกษตรกร และฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังน้ำลด

4.​ ประการที่สอง เมื่อภัยเกิดขึ้นแล้ว รัฐต้องช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว โปร่งใส เปิดเผย​ ไม่ซื้อของแพงเกินไป และตรวจสอบได้ทุกบาท​ ประ​ชาชนที่บ้านถูกน้ำท่วม พืชผลเสียหาย ทรัพย์สินเสียหาย หรือขาดรายได้ ไม่ควรต้องรอหลายเดือนกว่าจะได้รับความช่วยเหลือ

5.รัฐบาลควรกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนว่า ใครมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือ จำนวนเท่าไร จังหวัดใดได้รับเงินเท่าไร และต้องเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ให้ประ​ชาชนตรวจสอบ​ เพราะเงินทุกบาทเป็นเงินภาษีของประชาชน

6. กระผมมีความกังวลมาก​ ต่อแนวทางที่รัฐบาลจะนำเงินภาษีประชาชนไปซื้อประกันภัยพิบัติ​ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เห็นชอบการซื้อกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยแบบกลุ่มและประกันอุบัติเหตุแบบกลุ่ม โดยอนุมัติกรอบวงเงินค่าเบี้ยประกันรวม 15,500 ล้านบาท แบ่งเป็นประกันที่อยู่อาศัย 15,000 ล้านบาท และประกันอุบัติเหตุ 500 ล้านบาท

7.กระผมกังวลว่าการนำเงินภาษีประชาชนกว่าหมื่นห้าพันล้านบาทไปทำสัญญากับบริษัทเอกชน เป็นธุรกรรมมูลค่าสูงมาก และหากระบบการแข่งขันและการตรวจสอบไม่เข้มแข็ง ก็ย่อมเปิดความเสี่ยงและช่องทางต่อการทุจริตได้​ OECD เองระบุว่า การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเป็นกิจ​กรรมของรัฐที่มีความเสี่ยงต่อการสูญเปล่า การบริหารผิดพลาด และการทุจริตสูง เนื่องจากเกี่ยว​ข้องกับเงินจำนวนมาก, กระบวนการที่ซับซ้อน, และความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างรัฐกับบริษัทเอกชน

8.​ ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องมีความชัดเจนว่า​ ใครเป็นผู้กำหนดอัตราเบี้ยประกัน?​บริษัทประกันใดมีสิทธิเข้าร่วม?​ มีการแข่งขันอย่างเปิดเผยกี่ราย?​ เงื่อนไขกรมธรรม์ใครเป็นผู้กำหนด?​ มีนายหน้าหรือค่าคอมมิชชั่นหรือไม่ และเป็นจำนวนเท่าไร?​ รวมทั้งมีการทำประกันภัยต่อ หรือ Reinsurance เพื่อรองรับความเสียหายขนาดใหญ่อย่างไร?​ และที่สำคัญที่สุดคือประ​ชาชนสามารถเปิดดูสัญญาเงื่อนไข และการจ่ายเงินทั้งหมดได้หรือไม่?​ เพราะเงินจำนวนนี้ไม่ใช่เงินของรัฐบาล แต่เป็นเงินภาษีประชาชน

9. อีกประเด็นหนึ่งก็คือ​ ถ้าเราจ่ายเบี้ยในระดับ 15,500 ล้านบาทต่อปี และดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี​ จะเป็นเงินถึง 155,000 ล้านบาท​ คำ​ถามคือ​ เงิน 155,000 ล้านบาท ถ้านำไปลงทุนป้องกันน้ำท่วม แก้ระบบระบายน้ำ สร้างพื้นที่รับน้ำ ปรับปรุงทางน้ำ และสร้างระบบเตือนภัยที่มีประสิท​ธิภาพ จะสามารถป้องกันความเสียหายต่อประ​ชาชนได้มากกว่าหรือไม่?​ แล้วทำไม​ในเวลานี้​ ซึ่งน้ำท่วมอยู่มากมาย​ รัฐไม่เอาจำนวนนี้​ มาจ่ายค่าความเสียหาย​ แต่กลับนำเงินไปซื้อประ​กัน​ บอกว่ามีผลตั้งแต่​ 1​ ตุลาคม​ 2569

10. กระผมเห็นว่าภัยสาธารณะเป็นความรับผิดชอบพื้นฐานของรัฐบาล​ รัฐบาลไม่​ควรรอให้น้ำท่วมบ้านประ​ชา​ชน แล้วจึงมาคิดว่าใครจะเป็นผู้จ่ายค่าสินไหม​ หน้าที่สำคัญกว่านั้นคือ ทำอย่างไรไม่ให้น้ำเข้าบ้านประชาชนตั้งแต่แรก​ กระผมจึงขอฝากหลักการไว้ 2 ข้อ​ ก่อนเกิดภัย-ป้องกันให้ดีที่สุด,​เมื่อเกิดภัย-ช่วยเหลือให้เร็วที่สุด โปร่งใสที่สุด และตรวจสอบได้ทุกบาท หากรัฐบาลจะนำเงินภาษีประชาชนกว่าหมื่นล้านบาทไปทำสัญญากับบริษัทเอกชน​ ก็ขอฝากไว้ว่า​ "ยิ่งวงเงินสูง ยิ่งต้องเปิดเผยมาก" "ยิ่งเป็นเงินประ ชาชน ยิ่งต้องตรวจสอบ"

11.นอกจากนี้​ รัฐยังต้องระวังว่าบริษัทเอกชนที่รับประกัน​มีทุนเพียงพอจ่ายค่าสินไหมหรือไม่​ เพราะเป็นลักษณะ​ "ภัยที่เกิดพร้อมกันในวงกว้าง" (Systematic risk)​ ​เหมือนกับกรณีประกันโควิด​ เจอ-จ่าย​-จบ​ บริษัทประกันเอกชน​ 5 แห่งล้มละลายไปก่อน​ เป็นหนี้ผู้ซื้อประกันกว่า​ 790,000​ ราย​ เป็นเงินกว่า​ 70,000 ล้านบาท​ ทิ้งให้กองทุนฯ​และรัฐบาลรับภาระทยอยจ่ายเป็นเวลานาน ศ.สุชาติ​ กล่าว

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-31 กันยายน 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
30 ก.ค. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 481 หนี้ ที่ถือได้ว่า หนี้สาธารณะ เป็นเรื่องหนึ่งที่สังคมไทยพูดถึง และห่วงใยกันมาตลอด เพราะหนี้มีมากก็หมายถึง เครดิตของประเทศก็จะลดลง กล่าวกันว่า ปัญหา หนี้สาธารณะ คือภาวะที่รัฐบาลมีหนี้สินสะสมจาก การกู้ยืมเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงป...