ชู 7 นโยบายตอบโจทย์ผู้ประกันตน ตั้งแต่เงินออม–การรักษา–ครอบครัว–วัยเกษียณ และ “เกิด–เจ็บ–แก่- ตาย-และการดำเนินชีวิต” เพื่อให้ระบบประกันสังคมตอบโจทย์ทุกช่วงเวลาของชีวิตได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
ทีม “เคลียร์ประกันสังคม” เห็นว่าในช่วงที่ผู้ประกันตนต้องเผชิญกับค่าครองชีพ ภาระครอบครัว ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และความไม่แน่นอนหลังเกษียณ ทีม “เคลียร์ประกันสังคม” ผู้สมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน หมายเลข 15, 17, 18, 19, 20, 23 และ 24 นำเสนอแนวคิดการพัฒนาประกันสังคมภายใต้หลักการ
“ประกันสังคมไม่ควรเป็นเพียงเงินที่เราจ่ายทุกเดือน แต่ควรเป็นหลักประกันชีวิตที่เราพึ่งพาได้ในทุกช่วงเวลาของชีวิต“เกิด–เจ็บ–แก่ -ตาย และการดำเนินชีวิต” ”
ทีมเคลียร์ฯ เสนอให้ยกระดับระบบประกันสังคมจากการทำหน้าที่จ่ายสิทธิประโยชน์เมื่อเกิดเหตุ ไปสู่ระบบที่ช่วยดูแลผู้ประกันตนได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งด้าน การเงิน สุขภาพ ครอบครัว การทำงาน และวัยเกษียณ โดยเน้นการบริหารจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และใช้เทคโนโลยีช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้รวดเร็วและสะดวกขึ้น
7 นโยบายหลัก “เคลียร์ประกันสังคม” ที่เสนอให้เกิดขึ้น
แนวคิดสำคัญ: เงินชราภาพควรเป็นหลักประกันที่ช่วยให้ผู้ประกันตนวางแผนชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมั่นคง
2. “หวยประกันสังคม” — เปลี่ยนการออมให้มีโอกาสสร้างประโยชน์ระหว่างทาง เปลี่ยนงบสูญเปล่าเป็นเงินออม การระดมทุนในรูปแบบ "สลากออมทรัพย์แรงงาน" เงินต้นไม่หายและจะถูกเก็บสะสมไว้ในกองทุนชราภาพเพื่อรับคืนตอนอายุ 55 ปี โดยมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่ทุกเดือนเพื่อสร้างรายได้ใหม่ให้กองทุน แนวทางดังกล่าวต้องศึกษาให้รอบด้าน ทั้งด้านกฎหมาย รูปแบบการบริหาร ความเสี่ยง และการคุ้มครองเงินต้น เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกันตนโดยไม่กระทบความมั่นคงของกองทุน
แนวคิดสำคัญ: “เงินออมยังอยู่ แต่มีโอกาสสร้างประโยชน์ระหว่างทาง”
3. “กู้เงินตัวเอง” — เสนอสินเชื่อจากเงินสะสมชราภาพ ดอกเบี้ย 0%
ทีมเสนอให้ศึกษาแนวทางเปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนเข้าถึงเงินในยามจำเป็น โดยใช้กลไกทางการเงินที่เหมาะสมกับระบบประกันสังคมหนึ่งในแนวคิดคือ การกู้ยืม กู้เงินตัวเองดอกเบี้ย 0%ภายใต้หลักเกณฑ์ที่
กำหนด ในวงเงินไม่เกิน 50% ของเงินสะสมชราภาพ และไม่คิดดอกเบี้ย โดยอาจมีเพียงค่าธรรมเนียมดำเนินการ ทั้งนี้ ต้องผ่านการศึกษาผลกระทบทางกฎหมาย สภาพคล่อง และความมั่นคงของกองทุนอย่างรอบคอบ
แนวคิดสำคัญ: “เงินของผู้ประกันตนควรมีทางเลือกในการสร้างประโยชน์ให้ผู้ประกันตนในช่วงที่ยังทำงานอยู่”
4. รักษาไม่ต้องสำรองจ่าย — ยกระดับบริการแพทย์และสิทธิสุขภาพ
ทีมเสนอให้พัฒนาระบบบริการทางการแพทย์เพื่อลดภาระผู้ประกันตน โดยมีแนวทางสำคัญ ได้แก่
· มอบวงเงินสำรองฉุกเฉิน วงเงิน OD 20,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน SSO Smart Care เพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงการรักษาได้ทุกทีในกรณี ฉุกเฉินสีเหลือง - สีแดง" ไร้รอยต่อ ไม่ต้องสำรองจ่าย
เพิ่มระบบ Telemedicine สถานประกอบการ เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการทางการแพทย์
เชื่อมโยงข้อมูลสิทธิ การส่งต่อ และประวัติการรักษา เพื่อลดขั้นตอนและลดการสำรองจ่าย
ส่งเสริม ป้องกันโรคและตรวจสุขภาพเชิงลึกสำหรับกลุ่มเสี่ยงในโรคฮิต เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง มะเร็ง โรคฮิต และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
สิทธิทันตกรรม เพิ่มสิทธิขูดหินปูน เป็น 2 ครั้ง/ปี และสามารถสะสมทบยอดใช้ในปีถัดไป
ค่าคลอดบุตร ผู้ประกันตนไม่ต้องสำรองจ่ายเบิกเงิน ตรงจากสำนักงานประกันสังคมโดยตรง
แนวคิดสำคัญ: ผู้ประกันตนควรเข้าถึงการรักษาที่จำเป็นได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องเผชิญภาระทางการเงินเกินสมควร
5. คุ้มครองหลังออกจากงาน — เพิ่มช่วงเวลาความคุ้มครองอีก 1 ปี
ทีมเสนอให้ศึกษาแนวทาง เพิ่มระยะเวลาความคุ้มครองสิทธิประกันสังคมหลังสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตนเป็น 1 ปี เพื่อช่วยลดช่องว่างการคุ้มครองในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการทำงาน เช่น การลาออก การว่างงาน หรือการเปลี่ยนอาชีพแนวคิดนี้มุ่งให้ผู้ประกันตนมีเวลาเตรียมตัวเข้าสู่ระบบประกันสังคมรูปแบบอื่น หรือดำเนินการรักษาสิทธิของตนเองได้อย่างเหมาะสม
แนวคิดสำคัญ: การออกจากงานไม่ควรหมายถึงการสูญเสียความคุ้มครองอย่างฉับพลัน
6. ตั้งศูนย์ดูแลเฉพาะทาง — เพิ่มการดูแลกลุ่มผู้ป่วยและผู้สูงอายุ
เสนอให้พัฒนาศูนย์ดูแลเฉพาะทางสำหรับผู้ประกันตนและครอบครัวในกลุ่มที่มีความต้องการจำเป็น เช่น ผู้ป่วยไร้ญาติ โรคไต จิตเวช ยาเสพติด กลุ่มเปราะบางและผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพ จัดตั้งศูนย์ดูแลผู้ป่วยสูงอายุ โดยมุ่งเน้นการดูแลต่อเนื่อง การฟื้นฟูสุขภาพ และการเชื่อมโยงบริการระหว่างสถานพยาบาล เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตลอดกระบวนการรักษา
แนวคิดสำคัญ: ประกันสังคมควรดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงเฉพาะวันที่เข้ารับการรักษา
7. ยกระดับสิทธิผู้ประกันตนมาตรา 40 — เพิ่มการเข้าถึงสิทธิและบริการรักษาพยาบาลทีมเสนอให้ทบทวนและพัฒนาสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน มาตรา 40 ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบอาชีพอิสระและแรงงานนอกระบบมากขึ้น โดยเงินทดแทน กรณีหมอสั่งหยุดงานไม่ได้นอน รพ.วันละ200 ปรับเป็น วันละ 300 บาท กรณีนอน รพ. ได้วันละ 300 ปรับเป็น วันละ 500 บาท พร้อมผลักดันเพิ่มสิทธิทางเลือกการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลประกันสังคม
แนวคิดสำคัญ: ไม่ว่าผู้ประกันตนจะอยู่ในมาตราใด ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและเข้าถึงสิทธิได้จริง
นอกจากนั้นยังเสนอขยายเงินสงเคราะห์บุตร จาก 6 ปี เป็น 15 ปีช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว และสอดคล้องกับช่วงวัยการศึกษาภาคบังคับที่ผู้ปกครองยังต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง และการเพิ่มความครอบคลุมของสิทธิสำหรับกลุ่มผู้ประกันตนที่มีความต้องการเฉพาะ เช่น บริการฮอร์โมนและการตรวจยืนยันเพศตามมาตรฐานทางการแพทย์สำหรับผู้ประกันตน LGBTQ+
ในด้านการบริหาร ทีมเคลียร์ฯ เสนอให้สำนักงานประกันสังคมพัฒนาระบบการทำงานให้มีความคล่องตัว โปร่งใส และตรวจสอบได้มากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับ
การเปิดเผยข้อมูลกองทุนในรูปแบบที่ประชาชนเข้าใจง่าย
การพัฒนาระบบดิจิทัล เช่น SSO Plus และ SSO Smart Care
การลดขั้นตอนการใช้สิทธิและการยื่นเอกสาร
การพัฒนาระบบติดตามเรื่องร้องเรียนและการส่งต่อ
การศึกษารูปแบบ “ธนาคารแรงงาน” เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านการเงินให้ผู้ประกันตน
การศึกษาแหล่งรายได้ใหม่ของระบบ โดยต้องคำนึงถึงกฎหมาย ความเสี่ยง และประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นสำคัญ
ทีมเคลียร์ฯ ระบุว่า ทุกข้อเสนอจะต้องนำไปศึกษารายละเอียดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนผู้ประกันตน เพื่อให้สามารถพัฒนาเป็นนโยบายที่มีความเป็นไปได้ทางกฎหมาย การเงิน และการบริหารจัดการ
“เป้าหมายของเรา คือทำให้ผู้ประกันตนรู้ว่า สิทธิของตัวเองมีอะไร ใช้อย่างไร และระบบประกันสังคมจะช่วยอะไรได้บ้างในแต่ละช่วงชีวิต” ซึ่งยังเป็นการสื่อสารและความโปร่งใส่
การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน กำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 เวลา 08.00–16.00 น. โดยผู้มีสิทธิสามารถตรวจสอบสิทธิและสถานที่เลือกตั้งผ่านระบบของสำนักงานประกันสังคมได้